การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

ความท้าทายและโอกาส

บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินงานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่กับการคำนึงถึงผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) โดยบริษัทฯ ส่งเสริมการแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Procurement) และและสนับสนุนการคัดเลือกคู่ค้าที่ดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชน อาชีวอนามัย ความปลอดภัย และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ บริษัทฯ เผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่มีความเข้มงวดมากขึ้น ตลอดจนความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานอย่างยั่งยืนในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทาน โดยคู่ค้าบางส่วนอาจยังขาดความพร้อมด้านองค์ความรู้ ระบบบริหารจัดการ หรือแนวปฏิบัติด้าน ESG ที่ครอบคลุม ส่งผลต่อความสามารถในการประเมินและบริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลของห่วงโซ่อุปทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และการขนส่ง อาจส่งผลต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจและเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทฯ

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ เล็งเห็นโอกาสในการยกระดับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานผ่านการบูรณาการหลัก ESG เข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารคู่ค้าอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพคู่ค้า การสร้างความตระหนักด้านความยั่งยืน การกำหนดเกณฑ์ประเมินคู่ค้าที่ครอบคลุมประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และจริยธรรมทางธุรกิจ รวมถึงการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งส่งเสริมความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเพิ่มสัดส่วนการจัดซื้อสินค้าหรือบริการคาร์บอนต่ำ ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero และสร้างคุณค่าร่วมให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม อันนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจ การดึงดูดนักลงทุน และการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

คู่ค้ารายสำคัญในลำดับที่ 1 (Critical Tier 1 Suppliers) ได้รับการตรวจรประเมินตนเองด้าน ESG (ESG Self-Assessment)
เป้าหมาย
ร้อยละ
ผลการดำเนินงาน
ร้อยละ
พนักงานฝ่ายบริหารทั่วไปที่รับผิดชอบงานจัดซื้อจัดจ้างเข้าร่วมการฝึกอบรมและผ่านการทดสอบด้าน ESG
เป้าหมาย
ไม่น้อยกว่าร้อยละ
ผลการดำเนินงาน
ร้อยละ
คู่ค้ารายสำคัญในลำดับที่ 1 (Critical Tier 1 Suppliers) ได้รับการตรวจประเมินผ่านการตรวจเยี่ยมสถานประกอบการคู่ค้า (On-Site Audit) คิดเป็น
ผลการดำเนินงาน
ร้อยละ
คู่ค้าได้รับการประเมินความเสี่ยงด้าน ESG (Supplier Risks Screening) คิดเป็น
ผลการดำเนินงาน
ร้อยละ
ของคู่ค้าทั้งหมด
คู่ค้ารายใหม่ที่ผ่านการคัดกรองประเด็นด้านความยั่งยืน คิดเป็น
ผลการดำเนินงาน
ร้อยละ
คู่ค้ารายสำคัญที่ร่วมลงนามรับทราบการปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ค้าของธุรกิจ คิดเป็น
ผลการดำเนินงาน
ร้อยละ

กลยุทธ์และแนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของคู่ค้าและห่วงโซ่อุปทานในฐานะกลไกสำคัญที่ส่งผลต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ คุณภาพการดำเนินงาน และการสร้างคุณค่าร่วมอย่างยั่งยืน จึงมุ่งบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ตลอดห่วงโซ่คุณค่า

บริษัทฯ กำหนดแนวทางการคัดเลือกและประเมินคู่ค้าโดยพิจารณาทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐานการดำเนินงาน จริยธรรมทางธุรกิจ การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน อาชีวอนามัยและความปลอดภัย ตลอดจนความสามารถในการบริหารความเสี่ยงและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งบูรณาการประเด็น ESG เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารคู่ค้าอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดทำ “จรรยาบรรณคู่ค้าเพื่อการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน” (BCPG Supplier Code of Conduct) เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติร่วมกันระหว่างบริษัทฯ และคู่ค้า ครอบคลุมประเด็นด้านจริยธรรมทางธุรกิจ การปฏิบัติตามกฎหมาย สิทธิมนุษยชน แรงงาน อาชีวอนามัย ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และการต่อต้านการทุจริต เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของคู่ค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน

บริษัทฯ ได้พัฒนากระบวนการบริหารจัดการคู่ค้าโดยใช้แนวทางการประเมินความเสี่ยงของคู่ค้า (Supplier Risk Screening) การประเมินตนเองด้าน ESG (Supplier Self-Assessment) และการตรวจเยี่ยมสถานประกอบการ (Supplier On-Site Audit) สำหรับคู่ค้าที่มีนัยสำคัญหรือมีความเสี่ยงสูง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าคู่ค้ามีการดำเนินงานที่สอดคล้องกับแนวทางของบริษัทฯ โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ดำเนินการตรวจเยี่ยมคู่ค้า จำนวน 6 ราย

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพและการสร้างความร่วมมือกับคู่ค้า ผ่านการจัดประชุมคู่ค้า (Supplier Conference) และกิจกรรมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว และการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของบริษัทฯ ในระยะยาว

ทั้งนี้ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของ จรรยาบรรณคู่ค้าเพื่อการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน (BCPG Supplier Code of Conduct) ได้ที่

เกณฑ์การพิจารณาและการกำหนดกลุ่มคู่ค้า

บริษัทฯ ได้พัฒนากระบวนการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน โดยดำเนินการจำแนกกลุ่มคู่ค้าผู้ผลิต และจัดจำหน่ายสินค้าหรือบริการ เพื่อประเมินความสำคัญและความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนกำหนดแนวทางบริหารจัดการคู่ค้าให้เหมาะสมตามระดับความเสี่ยงและความสำคัญของคู่ค้าแต่ละกลุ่ม

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการจำแนกคู่ค้ารายสำคัญ ประกอบด้วย คู่ค้ารายสำคัญในลำดับที่ 1 (Critical Tier 1 Suppliers) และคู่ค้ารายสำคัญที่ไม่ได้ทำธุรกิจกับบริษัทฯ โดยตรง (Critical Non-Tier 1 Suppliers) เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ดังต่อไปนี้

เกณฑ์การจัดกลุ่มคู่ค้ารายสำคัญต่อบริษัทฯ
คู่ค้าที่มีมูลค่าการจัดซื้อตามสัญญาสูง หรือเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์และชิ้นส่วนสำคัญในกระบวนการผลิตไฟฟ้า รวมถึงธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน
คู่ค้าที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เช่น ผู้จัดหาวัตถุดิบ อุปกรณ์ผลิตไฟฟ้า ระบบวิศวกรรม และงานปฏิบัติการซ่อมบำรุง
คู่ค้าที่มีจำนวนจำกัด หรือไม่สามารถจัดหาสินค้า หรือบริการทดแทนได้ในระยะเวลาอันสั้น

แนวทางการดำเนินงานการบริหารคู่ค้า

บริษัทฯ บริหารจัดการคู่ค้าและห่วงโซ่อุปทานผ่านระบบที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูล ติดตามผล และสื่อสารกับคู่ค้าได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยบริษัทฯ กำหนดแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับ “จรรยาบรรณคู่ค้าเพื่อการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน” (BCPG Supplier Code of Conduct) ซึ่งครอบคลุมประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม สิทธิมนุษยชน อาชีวอนามัย ความปลอดภัย จริยธรรมทางธุรกิจ และการต่อต้านการทุจริต เพื่อให้คู่ค้ายึดถือและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

โดยบริษัทฯ มุ่งหวังให้การบริหารจัดการคู่ค้าอย่างเป็นระบบ สามารถส่งเสริมจริยธรรม ความเท่าเทียม ความโปร่งใส และการบริหารความเสี่ยงด้าน ESG ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของคู่ค้าให้เติบโตไปพร้อมกับบริษัทฯ อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ การกำหนดแผนงานและแนวทางการพัฒนาคู่ค้าให้อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของฝ่ายบริหารทั่วไป ซึ่งรับผิดชอบงานจัดซื้อจัดจ้าง โดยผู้บริหารที่เกี่ยวข้องจะกำหนดทิศทาง กระบวนการ และแนวทางการดำเนินงาน เพื่อยกระดับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนให้มีความชัดเจน เป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ

แผนภาพแสดงแนวทางการดำเนินงานบริหารคู่ค้าของบริษัทฯ

การบริหารจัดการความเสี่ยง ของคู่ค้าบริษัทฯ
  • การประเมินความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน
  • การวิเคราะห์มูลค่าในห่วงโซ่อุปทาน
การเข้าร่วมทะเบียนคู่ค้า ของบริษัทฯ
  • การพิจารณาคุณสมบัติของคู่ค้า
  • การขึ้นทะเบียนคู่ค้า
การประเมินผลประจำปี ของคู่ค้าบริษัทฯ
  • การประเมินตนเองของคู่ค้า
  • การตรวจรับรองคู่ค้ากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

บริษัทฯ ดำเนินการบริหารความเสี่ยงของคู่ค้า (Supplier Risk Management) โดยครอบคลุมการประเมินความเสี่ยง การวิเคราะห์มูลค่าทางธุรกิจ และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ที่อาจส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ และผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนการจำแนกกลุ่มคู่ค้ารายสำคัญ เพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการและติดตามผลที่เหมาะสมตามระดับความเสี่ยงของคู่ค้า

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดทำทะเบียนคู่ค้าที่ได้รับอนุมัติ (Approved Vendor List: AVL) โดยพิจารณาคุณสมบัติและความเหมาะสมของคู่ค้าที่เข้าร่วมดำเนินธุรกิจกับบริษัทฯ ผ่านเกณฑ์การประเมินด้านเทคนิค คุณภาพสินค้าและบริการ สถานะทางการเงิน การปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย ความปลอดภัย และหลักสิทธิมนุษยชนด้านแรงงาน เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้ามีศักยภาพและสามารถดำเนินงานได้ตามมาตรฐานของบริษัทฯ

ภายหลังจากได้รับการขึ้นทะเบียนคู่ค้า คู่ค้าจะต้องผ่านกระบวนการประเมินผลการดำเนินงานประจำปี (Yearly Performance Evaluation) ผ่านแบบประเมินคู่ค้า (Vendor / Contractor Evaluation Form) ซึ่งครอบคลุมทั้งการประเมินตนเองด้าน ESG (Supplier Self-Assessment) และการตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการ (On-site Audit) ตามระดับความเสี่ยงและเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด เพื่อใช้ติดตามและประเมินประสิทธิภาพการดำเนินงานของคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง

ในกรณีที่คู่ค้าไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรฐาน หรือมีผลการประเมินต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด บริษัทฯ อาจกำหนดแนวทางปรับปรุงการดำเนินงาน (Corrective Action Plan: CAP) รวมถึงพิจารณาระงับการจัดซื้อจัดจ้างเป็นการชั่วคราวหรือถาวรจากทะเบียนคู่ค้าของบริษัทฯ ตามความเหมาะสม

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีการทบทวนแนวทางและกระบวนการบริหารคู่ค้าเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานสอดคล้องกับจรรยาบรรณคู่ค้าเพื่อการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน สามารถบริหารจัดการและลดความเสี่ยงด้าน ESG ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่มีความยืดหยุ่น โปร่งใส และยั่งยืนในระยะยาว

การประเมินความเสี่ยงในประเด็นสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ และการกำกับดูแลกิจการที่ดี

บริษัทฯ กำหนดแนวทางการระบุและประเมินความเสี่ยงของคู่ค้า ที่ครอบคลุมประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมภิบาล เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งในการบริหารความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทาน และยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของคู่ค้าให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ

โดยบริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงคู่ค้า (ESG Supplier Risk Screening) ผ่านกระบวนการระบุความเสี่ยง วิเคราะห์ความเสี่ยง และจัดลำดับความเสี่ยงจากการประเมินโอกาส (Likelihood) และผลกระทบ (Impact) ของความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ ความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ ทั้งนี้ ข้อมูลที่ใช้ประกอบการประเมินครอบคลุมข้อมูลจากการประเมินตนเองของคู่ค้า (Supplier Self-Assessment) ผลการตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการ (On-site Audit) และข้อมูลผลการดำเนินงานของคู่ค้าในอดีต

1
ความเสี่ยงด้านสินค้าและบริการ
เช่น ประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านเทคนิค คุณภาพสินค้าและบริการ การส่งมอบสินค้า และความต่อเนื่องในการดำเนินงาน
2
ความเสี่ยงด้านการดำเนินธุรกิจ
เช่น การพึ่งพาคู่ค้ารายสำคัญ การจัดหาอุปกรณ์เฉพาะทางที่มีผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการจำนวนน้อย และความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน
3
ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม
เช่น การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการของเสีย การใช้ทรัพยากร และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
4
ความเสี่ยงด้านสังคมและสิทธิมนุษยชน
เช่น การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน อาชีวอนามัยและความปลอดภัย การละเมิดสิทธิมนุษยชน การเลือกปฏิบัติ รวมถึงการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ
5
ความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาลและจริยธรรมทางธุรกิจ
เช่น การทุจริต การให้หรือรับสินบน ความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ และการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

การกำหนดเกณฑ์การประเมินความเสี่ยงคู่ค้า

แผนผังความเสี่ยง (Risk Matrix)
ระดับความเสี่ยง* การวัดระดับความเสี่ยง (Risk Evaluation)
คะแนน 9-16
ความเสี่ยงระดับสูงมาก
คะแนน 5-8
ความเสี่ยงระดับสูง
คะแนน 3-4
ความเสี่ยงระดับปานกลาง
คะแนน 1-2
ความเสี่ยงระดับต่ำ

หมายเหตุ: ระดับความเสี่ยง = โอกาสเกิดความเสี่ยง × ความรุนแรงของผลกระทบ

โอกาส (Likehood)

1 - ต่ำ (Highly Unlikely) 2 - ปานกลาง (Unlikely) 3 - สูง (Possible) 4 - สูงมาก (Likely)
โอกาสเกิดความเสี่ยงที่มีอยู่ที่เดิม 20% โอกาสเกิดความเสี่ยงที่มีอยู่ที่เดิม >20-50% โอกาสเกิดความเสี่ยงที่มีอยู่ที่เดิม >50-80% โอกาสเกิดความเสี่ยงที่มีอยู่ที่เดิม 80%
ไม่น่าจะเกิดขึ้น อาจจะเกิดขึ้นโดยขึ้นอยู่กับปัจจัย อาจจะเกิดขึ้น น่าจะเกิดขึ้นในปีนี้
แทบไม่เกิดขึ้นเลยในการทำงานที่ผ่านมา เคยเกิดขึ้นบางครั้งในการทำงานที่ผ่านมา เคยเกิดขึ้นหลายครั้งในการทำงานที่ผ่านมา เคยเกิดขึ้นบ่อยครั้งมากในการทำงานที่ผ่านมา
ระดับผลกระทบ [Impact] การเงิน [Finance] ปฏิบัติการและแรงงาน [Operation and Workforce] ชื่อเสียง [Reputation] กฎระเบียบและสิ่งแวดล้อม [Compliance and Environment]
4
สูงมาก (Severe)
ส่งผลกระทบต่อเป้าหมาย EBITDA, รายได้ หรือ PAT >10%
  • โรงไฟฟ้าสูญเสียโอกาสในการทำงาน/หยุดกระบวนการกะทันหันต่อเนื่องเป็นเวลา >20 วัน
  • บุคลากรหรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติงาน
  • มีเหตุทำให้เกิดการต่อต้าน/ประท้วงอย่างรุนแรงจากสาธารณะ ชุมชน หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
  • ไม่ได้รับความน่าเชื่อถือทางธุรกิจที่มีผลต่อการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน เป็นระยะเวลา > 1 ปี
  • มีคำสั่งให้ออกจากการปฏิบัติงาน/เลิกจ้างเมื่อพบว่ามีความผิด
  • เกิดการรั่วไหลหรือการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ที่อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างร้ายแรง / ส่งผลให้มีความรับผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • ก่อให้เกิดมลภาวะอย่างมากและ/หรือเกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมในและนอกพื้นที่บริษัท
3
สูง (High)
ส่งผลกระทบต่อเป้าหมาย EBITDA, รายได้ หรือ PAT >5%-10%
  • โรงไฟฟ้าสูญเสียโอกาสในการทำงาน/หยุดกระบวนการกะทันหันต่อเนื่องเป็นเวลา >10-20 วัน
  • มีการบาดเจ็บสาหัสหรือเจ็บป่วยรุนแรงจากการปฏิบัติงาน ทำให้ต้องหยุดงานเป็นระยะเวลา > 90 วัน
  • มีเหตุทำให้เกิดความไม่พอใจอย่างมากจากชุมชน หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น การร้องเรียนผ่านสื่อ แต่เจรจาต่อรอง/ไกล่เกลี่ยได้ด้วยการชดเชยค่าเสียหาย
  • ไม่ได้รับความน่าเชื่อถือทางธุรกิจที่มีผลต่อการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน เป็นระยะเวลา > 1-12 เดือน
  • มีคำสั่งให้ออกจากความรับผิดชอบ เมื่อพบว่ามีความผิด
  • เกิดการรั่วไหลหรือการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ที่อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างมีนัยสำคัญ / มีการฟ้องร้องจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือหน่วยงานภายนอก
  • ก่อให้เกิดมลภาวะและส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมในและนอกพื้นที่บริษัท
2
ปานกลาง (Medium)
ส่งผลกระทบต่อเป้าหมาย EBITDA, รายได้ หรือ PAT >1%-5%
  • โรงไฟฟ้าสูญเสียโอกาสในการทำงาน/หยุดกระบวนการกะทันหันต่อเนื่องเป็นเวลา >2-10 วัน
  • มีการบาดเจ็บที่ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์จากการปฏิบัติงาน ทำให้ต้องหยุดงานเป็นระยะเวลา 90 วัน
  • มีเหตุทำให้เกิดความไม่พอใจจากชุมชน หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น การขอคำชี้แจงจากบริษัทฯ
  • ไม่ได้รับความน่าเชื่อถือทางธุรกิจที่มีผลต่อการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน เป็นระยะเวลา >1 สัปดาห์ - 1 เดือน
  • มีการตักเตือนด้วยวาจา/หนังสือ เมื่อพบว่ามีความผิด
  • เกิดการรั่วไหลหรือการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ที่อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลประเภทอ่อนไหว (Sensitive data) เป็นองค์ประกอบ
  • ก่อให้เกิดมลภาวะและส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมในพื้นที่บริษัท
1
ต่ำ (Low)
ส่งผลกระทบต่อเป้าหมาย EBITDA, รายได้ หรือ PAT ≤1%
  • โรงไฟฟ้าสูญเสียโอกาสในการทำงาน/หยุดกระบวนการกะทันหันต่อเนื่องเป็นเวลา ≤2 วัน
  • มีการบาดเจ็บเล็กน้อยจากการปฏิบัติงาน ทำให้ต้องหยุดงานเป็นระยะเวลา < 90 วัน
  • มีเหตุทำให้เกิดความไม่พอใจจากชุมชน หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่ระงับเหตุได้ทันที
  • ไม่ได้รับความน่าเชื่อถือทางธุรกิจที่มีผลต่อการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน เป็นระยะเวลา ≤1 สัปดาห์
  • มีการสอบสวนความผิดหรือได้รับคำสั่งพักงานไม่เกิน 7 วัน
  • เกิดการรั่วไหลหรือการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ที่อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเพียงเล็กน้อย
  • มีการรั่วไหลหรือการปล่อยมลภาวะ ซึ่งต้องมีการประกาศ หรือแจ้งต่อฝ่ายบริหาร แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ผลการประเมินความเสี่ยงคู่ค้า (Supplier Risk Screening Results)
คู่ค้ารายใหม่ (New Suppliers)
ได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล
คิดเป็นร้อยละ
ของคู่ค้าทั้งหมด
คู่ค้ารายสำคัญของบริษัทฯ โดยตรง (Critical Tier 1 Suppliers)
ได้รับการประเมินว่ามีความเสี่ยงด้านความยั่งยืน
จำนวน
ราย
ความเสี่ยงอยู่ในระดับสูง
จำนวน
ราย
โดยความเสี่ยงส่วนใหญ่อยู่ในประเด็นด้านการบริหารคุณภาพสินค้าและบริการ และการพึ่งพาคู่ค้ารายเดียวสำหรับอุปกรณ์เฉพาะทาง
บริษัทฯ ไม่พบคู่ค้าที่มีผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล

บริษัทฯ นำผลการประเมินความเสี่ยงไปใช้ในการกำหนดแนวทางบริหารจัดการคู่ค้า การติดตามผลการดำเนินงาน และการกำหนดมาตรการลดความเสี่ยงที่เหมาะสม เช่น การติดตามแผนปรับปรุงการดำเนินงาน (Corrective Action Plan: CAP) การตรวจประเมินเพิ่มเติม และการพัฒนาศักยภาพของคู่ค้า เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน และลดผลกระทบด้าน ESG ที่อาจเกิดขึ้นต่อบริษัทฯ และผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว

การตรวจประเมินคู่ค้า

บริษัทฯ ดำเนินการติดตามและประเมินการปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ค้าเพื่อการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน (BCPG Supplier Code of Conduct) ของคู่ค้ารายสำคัญประจำปี โดยครอบคลุมประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้ามีการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ

บริษัทฯ ดำเนินการตรวจประเมินคู่ค้ารายสำคัญของบริษัทฯ โดยตรง (Critical Tier 1 Suppliers) ผ่านกระบวนการตรวจเยี่ยมสถานประกอบการ (On-Site Audit) การประเมินตนเองของคู่ค้า (Supplier Self-Assessment) และการติดตามผลการดำเนินงานด้าน ESG เพื่อประเมินสถานะทางธุรกิจ ศักยภาพการดำเนินงาน และการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ

หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกคู่ค้าที่เข้าร่วมการตรวจประเมิน

1
เป็นคู่ค้ารายสำคัญของบริษัทฯ โดยตรง (Critical Tier 1 Suppliers) โดยเฉพาะคู่ค้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ และบริการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตไฟฟ้า รวมถึงธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน
2
เป็นคู่ค้าที่มีมูลค่างาน หรือมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป
3
เป็นคู่ค้าที่มีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG Risk) หรือมีความสำคัญต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ
4
ได้รับความยินยอมจากคู่ค้าให้ดำเนินการตรวจประเมิน

โดยมีเกณฑ์การประเมินคู่ค้าประจำปี 6 เกณฑ์ ดังนี้

เกณฑ์การประเมินคู่ค้า เนื้อหาการประเมินคู่ค้า
1. หน้าที่ความรับผิดชอบและจรรยาบรรณของผู้บริหาร
  • ความพร้อมของข้อกำหนด หรือหลักการปฎิบัติงานในส่วนการผลิต
  • การกำหนดผู้รับผิดชอบในการกำกับดูแลการดำเนินงานของคู่ค้า
  • แผนสำรองฉุกเฉินในการรับมือ ทั้งในเรื่องของคุณภาพการบริการ
  • แผนการอบรม โปรแกรม ความรู้ทักษะด้านต่างๆ ในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความรู้ความเข้าใจ
2. การบริหารคุณภาพสินค้า/บริการ
  • ความสามารถในการส่งมอบตามขอบเขตงาน (TOR)
  • แผนการควบคุมและตรวจสอบสินค้า และบริการ ในทุกขั้นตอน
  • การกำหนดผู้รับผิดชอบที่ชัดเจนในส่วนของการผลิต หรือการให้บริการ
  • คู่ค้ามีความสามารถในการปรับปรุง และพัฒนาโครงสร้างโปรแกรมอย่างต่อเนื่อง เช่น Kaizen Lean Six Sigma
3. การควบคุมกระบวนการผลิต (เฉพาะงานจัดซื้อสินค้า)
  • การดำเนินการบำรุงรักษาเชิงป้องกันของคู่ค้า
  • การใช้เครื่องมือควบคุมกระบวนการผลิตของคู่ค้า เช่น แผนผังกระบวนการ แผนการควบคุมกระบวนการ
  • การสามารถปรับเปลี่ยน หรือเพิ่มกำลังการผลิตสินค้าได้ตามความต้องการของคู่ค้า
  • การปฎิบัติตาม FIFO หรือขั้นตอนการผลิตอื่นๆ และมีผลประกอบการที่ดีของคู่ค้า
4. การบริหารห่วงโซ่อุปทาน
  • การกำหนดนโยบายการบริหารห่วงโซ่อุปทานของคู่ค้า และการกำหนดความรับผิดชอบอย่างชัดเจน
  • การมีนโยบาย หรือโครงการลดต้นทุนของคู่ค้า
5. การจัดส่งสินค้า / บริหาร และความรับผิดชอบต่อลูกค้า
  • คู่ค้าสามารถส่งมอบสินค้า และบริการตรงตามข้อตกลง
  • ประสิทธิภาพการรายงานผลเมื่อเจอปัญหาในด้านคุณภาพสินค้าและบริการของคู่ค้า
  • คู่ค้ามีแผนงานในการติดตามแนวโน้มข้อร้องเรียนของลูกค้า และมีแผนการดำเนินงานแก้ไขป้องกันได้อย่างทันถ่วงที
6. ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม
  • คู่ค้ามีนโยบายในการคัดแยกประเภทขยะ หรือการลดปริมาณของเสีย
  • คู่ค้ามีนโยบายการสวมชุดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลขณะปฎิบัติงานในพื้นที่การผลิต
  • คู่ค้ามีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมเป็นไปตามข้อกำหนด
  • คู่ค้ามี ISO 14001 หรือมาตรฐานเทียบเท่า
  • คู่ค้ามีระบบการดูแลที่ดีตลอดทั้งโครงการ และ/หรือ บริเวณสำนักงาน

ผลการตรวจประเมินคู่ค้า

ผลการตรวจประเมินคู่ค้า (Supplier Assessment)
คู่ค้ารายสำคัญในลำดับที่ 1 (Critical Tier 1 Suppliers) ได้รับการตรวจประเมินผ่านการตรวจเยี่ยมสถานประกอบการคู่ค้า (On-Site Audit)
คิดเป็นร้อยละ
คู่ค้าได้รับการประเมินและมีผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล
จำนวน
ราย
คู่ค้าที่มีผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญและอยู่ระหว่างดำเนินการจัดการแก้ไข
จำนวน
ราย
คู่ค้าที่มีผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญและถูกยกเลิกสัญญากับบริษัทฯ
จำนวน
ราย
ผลการประเมินด้านการพัฒนาศักยภาพคู่ค้า
คู่ค้าได้รับการสนับสนุนแนวทางการจัดการแก้ไข และพัฒนาศักยภาพด้าน ESG
จำนวน
ราย
(เนื่องจากไม่พบประเด็นความเสี่ยงหรือผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญจากการตรวจประเมิน)

แนวทางการจัดการแก้ไขหรือพัฒนาคู่ค้า

บริษัทฯ ได้จัดทำแนวทางการจัดการแก้ไขหรือพัฒนาคู่ค้าที่ได้รับการประเมินว่ามีความเสี่ยงในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยมีตัวอย่างแนวทางการจัดการแก้ไขและพัฒนาคู่ค้า ดังนี้

การบริหารคุณภาพสินค้าและบริการ สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย
  • กรณีมีความเสี่ยงในการจัดหาสินค้าหรือบริการเฉพาะทางจากคู่ค้าที่มีจำนวนจำกัด บริษัทฯ มีแนวทางในการขยายระยะเวลาสรรหาคู่ค้า การวางแผนจัดซื้อจัดจ้างล่วงหน้า และพิจารณาการประกวดราคาที่เหมาะสม เพื่อบริหารความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทานและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาคู่ค้ารายเดียว
  • กรณีมีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินค้าและบริการ หรือปัญหาเชิงเทคนิค บริษัทฯ มีแนวทางในการตรวจสอบคุณภาพสินค้าและการปฏิบัติงานตามมาตรฐานที่กำหนด รวมถึงติดตามเงื่อนไขการรับประกัน การประกันภัย และการดำเนินการแก้ไขปรับปรุงร่วมกับคู่ค้าอย่างใกล้ชิด
  • ในกรณีมีความเสี่ยงจากคู่ค้าไม่ปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายแรงงาน อาชีวอนามัยและความปลอดภัย หรือหลักสิทธิมนุษยชน บริษัทฯ จะสื่อสาร ให้คำแนะนำ และเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่คู่ค้า เพื่อให้เกิดความตระหนักกับปัญหาที่เกิดขึ้น
  • บริษัทฯ ดำเนินการตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติของคู่ค้าก่อนขึ้นทะเบียนใน Approved Vendor List (AVL) และติดตามการดำเนินงานของคู่ค้าที่มีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม และสังคมอย่างใกล้ชิด
  • สำหรับคู่ค้าที่มีประเด็นที่ต้องปรับปรุง บริษัทฯ อาจกำหนดแผนปรับปรุงการดำเนินงาน และติดตามผลการดำเนินงานร่วมกับคู่ค้า เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้าน ESG และลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ และผู้มีส่วนได้เสีย
  • การส่งเสริมให้คู่ค้านำแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และจริยธรรมทางธุรกิจไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนในระยะยาว

การพัฒนาศักยภาพบุคลากรของบริษัทฯ

นอกจากการบริหารจัดการคู่ค้าอย่างเป็นระบบ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในฝ่ายงานบริหารห่วงโซ่อุปทานและการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะในประเด็นด้านความยั่งยืน เพื่อยกระดับความรู้ ทักษะ และความสามารถในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ

บริษัทฯ มุ่งส่งเสริมให้บุคลากรฝ่ายบริหารทั่วไป หรือผู้ดูแลรับผิดชอบงานจัดซื้อจัดจ้าง มีความรู้ความเข้าใจด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) รวมถึงสามารถประยุกต์ใช้แนวคิดด้านความยั่งยืนในการตัดสินใจด้านการจัดหา จัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารคู่ค้า เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจกับคู่ค้าที่มีมาตรฐานการดำเนินงานที่โปร่งใส มีจริยธรรม คำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ความรับผิดชอบต่อสังคม และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้สามารถปรับตัวต่อแนวโน้มและความเปลี่ยนแปลงของภาคธุรกิจพลังงาน รวมถึงความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย กฎหมาย และมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้อง

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของฝ่ายบริหารทั่วไป และผู้ดูแลรับผิดชอบงานจัดซื้อจัดจ้าง ผ่านการอบรมและกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้าน ESG และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านความยั่งยืน และส่งเสริมการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้มีส่วนได้เสียหลัก

พนักงาน
  • การส่งเสริมความรู้ และพัฒนาศักยภาพของพนักงานด้านการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานตามหลัก ESG ผ่านการฝึกอบรมและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
  • การพัฒนาระบบการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานให้มีความโปร่งใส สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล รวมถึงการบริหารความเสี่ยงด้าน ESG ในห่วงโซ่อุปทาน
  • การมีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและปลอดภัยเป็นพื้นฐาน รวมถึงการดูแลด้านสุขภาพเพื่อเพิ่มความพึงพอใจ
  • การให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมในการริเริ่มโครงการที่เกี่ยวกับความยั่งยืน เช่น การลดใช้พลังงาน การใช้วัสดุรีไซเคิล เป็นต้น
คู่ค้า
  • การประเมินตนเองของคู่ค้า (Supplier Self-Assessment) และการตรวจเยี่ยมสถานประกอบการคู่ค้า (On-Site Audit) ประจำปี เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้าน ESG และลดความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน
  • การจัดประชุม สัมมนา และกิจกรรม Supplier Conference เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และศักยภาพของคู่ค้าในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
  • การส่งเสริมให้คู่ค้าปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน อาชีวอนามัย ความปลอดภัย และจริยธรรมทางธุรกิจ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน
  • การสร้างความร่วมมือกับคู่ค้าในการพัฒนานวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างคุณค่าร่วมอย่างยั่งยืน