การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกพื้นที่โครงการก่อสร้าง ไปจนถึงการดำเนินงาน โดยปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบกิจการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จากเทคโนโลยีแผงโฟโตโวลเทอิก (Code of Practice: COP) และมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 อย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ จะใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่า และติดตามความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับมาตรการป้องกันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน และสร้างคุณค่าในระยะยาวให้กับองค์กร สังคม และสิ่งแวดล้อม

ความท้าทายและโอกาส

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาวะภัยแล้ง อุณหภูมิที่สูงขึ้น และปริมาณฝุ่นที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้น และอาจกระทบต่อประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะการทำความสะอาดแผงเซลล์แสงอาทิตย์ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงด้านน้ำท่วม การขาดแคลนน้ำ และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น

บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำ การติดตามข้อมูลการใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เช่น AI และ Big Data เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนล้างแผงโซลาร์เซลล์ ลดการใช้น้ำโดยไม่จำเป็น และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

ปริมาณการใช้น้ำภายในอาคารสำนักงาน
เป้าหมาย
ไม่เกิน
ลูกบาศก์เมตร
(ลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 2 จากในปีที่ผ่านมา)
ผลการดำเนินงาน
ลูกบาศก์เมตร
ลดลงได้ตามเป้าหมาย และลดลงร้อยละ 6.4 จากในปีที่ผ่านมา
สัดส่วนการใช้น้ำประปาและน้ำบาดาลต่อการผลิตไฟฟ้า
เป้าหมาย
ไม่เกิน
ลูกบาศก์เมตรต่อกิกะวัตต์ชั่วโมง
(ลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 2 จากในปีที่ผ่านมา)
ผลการดำเนินงาน
ลูกบาศก์เมตรต่อกิกะวัตต์ชั่วโมง
สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนด เนื่องจากปริมาณฝุ่นละอองที่เพิ่มขึ้น ฤดูแล้งที่ยาวนาน และอุณหภูมิที่สูงขึ้น ส่งผลให้มีความจำเป็นต้องล้างแผงเซลล์แสงอาทิตย์มากขึ้นเพื่อรักษาประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า
การประเมินความตึงเครียดของน้ำในพื้นที่โครงการโรงไฟฟ้า
เป้าหมาย
อย่างน้อยปีละ
ครั้ง
ผลการดำเนินงาน
ครั้ง
ครอบคลุม 18 พื้นที่โครงการในประเทศไทย
ปริมาณการดึงน้ำในพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำเกินกฎหมายหรือกฎระเบียบกำหนด
เป้าหมาย
ลูกบาศก์เมตร
ผลการดำเนินงาน
ลูกบาศก์เมตร
การลดปริมาณการใช้น้ำสุทธิ
เป้าหมาย
ร้อยละ
ภายในปี 2573 (ค.ศ. 2030)
ผลการดำเนินงาน
ใช้น้ำสุทธิรวมอยู่ที่
ลูกบาศก์เมตร
จำนวนเหตุการณ์ด้านน้ำที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ชุมชน หรือสิ่งแวดล้อม
เป้าหมาย
กรณี
ผลการดำเนินงาน
กรณี
ปริมาณน้ำทิ้งจากการดำเนินงานที่มีการปล่อยออกสู่แหล่งน้ำภายนอก
ผลการดำเนินงาน
ลูกบาศก์เมตร

กลยุทธ์และแนวทางการบริหารจัดการ

ในกระบวนการคัดเลือกพื้นที่โครงการที่มีขนาดมากกว่า 1,000 KVA บริษัทฯ กำหนดให้พื้นที่ตั้งโครงการต้องไม่อยู่ในเขตชลประทานเพื่อการเกษตร ไม่กีดขวางทางน้ำในฤดูหลาก และไม่รุกล้ำลำน้ำสาธารณะ หรือแม่น้ำลำคลอง

ในขั้นตอนการเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการเลือกแหล่งน้ำที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความต้องการใช้น้ำของชุมชนในพื้นที่เป็นหลัก ในกรณีที่จำเป็นต้องใช้น้ำใต้ดิน บริษัทฯ ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. 2520 โดยดำเนินการขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันโครงการของบริษัทฯ ในประเทศไทยอยู่ในระยะดำเนินงาน โดยยึดหลักการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการดำเนินธุรกิจ และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ รวมถึงลดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ

การบริหารความเสี่ยงด้านน้ำ

บริษัทฯ กำหนดแนวทางบริหารความเสี่ยงด้านน้ำครอบคลุมตลอดห่วงโซ่การดำเนินงาน โดยบูรณาการประเด็นด้านทรัพยากรน้ำเข้าสู่กระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กร (Enterprise Risk Management: ERM) และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์กร เพื่อประเมิน ติดตาม และจัดการความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ชุมชน และระบบนิเวศ ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำเป็นประจำทุกปี โดยพิจารณาทั้งความเสี่ยงด้านกายภาพ (Physical Risks) เช่น ความเสี่ยงจากภาวะขาดแคลนน้ำ น้ำท่วม คุณภาพน้ำ และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risks) ที่อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ นโยบายภาครัฐ ต้นทุนทรัพยากรน้ำ เทคโนโลยี สภาพตลาด และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงข้อกำหนดด้านการใช้น้ำในแต่ละพื้นที่ดำเนินงาน ผ่านเครื่องมือวิเคราะห์ความเสี่ยงระดับสากล เช่น AQUEDUCT Water Risk Atlas และข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศจาก Climate Change Knowledge Portal

ผลการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำถูกนำมาใช้ประกอบการกำหนดแผนบริหารจัดการน้ำของแต่ละโครงการ การวางแผนการใช้น้ำ การกำหนดมาตรการลดการใช้น้ำ และแผนรองรับกรณีฉุกเฉิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ลดความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักทางธุรกิจ และลดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ

สำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงด้านน้ำในระดับสูงหรือปานกลาง บริษัทฯ จัดทำมาตรการเฉพาะพื้นที่ เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพระบบกักเก็บน้ำ การนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำ การติดตามคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง การปรับแผนการล้างแผงโซลาร์เซลล์ตามสภาพอากาศและค่าความสกปรกของแผง รวมถึงการเตรียมแผนป้องกันและรับมือกรณีน้ำท่วมหรือภัยแล้ง เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการติดตามตัวชี้วัดด้านน้ำอย่างต่อเนื่อง เช่น ปริมาณการใช้น้ำ สัดส่วนการใช้น้ำต่อหน่วยการผลิตไฟฟ้า ปริมาณน้ำที่นำกลับมาใช้ใหม่ และจำนวนเหตุการณ์ด้านน้ำที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน เพื่อประเมินประสิทธิผลของมาตรการบริหารจัดการน้ำ และใช้ในการทบทวนปรับปรุงแผนดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ

แนวทางบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

กลุ่มบริษัทฯ มีแนวทางบริหารจัดการทรัพยากรน้ำภายในองค์กรตามหลักการ 3Rs ได้แก่ การลดการใช้น้ำ (Reduce) การใช้น้ำซ้ำ (Reuse) และการนำน้ำทิ้งที่ผ่านกระบวนการบำบัดกลับมาใช้ใหม่ (Recycle)

Reducing water Consumption by 3Rs
Reduce
Reuse
Recycle

บริษัทฯ มุ่งมั่นบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้น้ำจากแหล่งบาดาล และจัดหาน้ำดิบสะอาดจากผู้จำหน่ายในพื้นที่ เพื่อรองรับกิจกรรมภายในโครงการ เช่น การทำความสะอาดแผงโซลาร์เซลล์ และการอุปโภคบริโภค โดยน้ำเสียที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

1.น้ำเสียจากการล้างแผงโซลาร์เซลล์
ซึ่งมีการปนเปื้อนของฝุ่นละออง บริษัทฯ ได้ดำเนินการเก็บรวบรวม และนำกลับมาใช้ประโยชน์ภายในโครงการ เช่น การรดน้ำต้นไม้ โดยน้ำเสียในส่วนนี้ไม่มีการระบายออกสู่ภายนอกโครงการ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
2.น้ำเสียจากการใช้งานห้องน้ำ
น้ำเสียนี้ถูกจัดเก็บและบำบัดผ่านถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูปตามหลักสุขาภิบาล นอกจากนี้บริษัทฯ มีมาตรการตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งให้สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมาย และปฏิบัติตามประมวลหลักการปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบกิจการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จากเทคโนโลยีแผงโฟโตโวลเทอิก (Code of Practice: COP) และมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 อย่างเคร่งครัด รวมถึงกฎระเบียบของกระทรวงอุตสาหกรรมและมาตรการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด อีกทั้งบริษัทฯ ดำเนินการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (Initial Environment Examination: IEE) ในช่วงเริ่มต้นโครงการ ซึ่งครอบคลุมการวิเคราะห์ปริมาณการใช้น้ำในระหว่างการก่อสร้าง และการสำรวจแหล่งน้ำใกล้เคียงเพื่อให้มั่นใจว่าโครงการสามารถดำเนินงานได้อย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทฯ มีแนวทางในการบริหารจัดการน้ำดังต่อไปนี้
การสำรองน้ำสำหรับล้างแผงและระบบกักเก็บน้ำ
  • ประเมินความเพียงพอของน้ำที่ใช้สำหรับล้างแผงเซลล์แสงอาทิตย์ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่โดยรอบ
  • จัดให้มีถังสำรองน้ำขนาดเพียงพอ และควบคุมปริมาณน้ำในบ่อกักเก็บไม่ให้เกินเกณฑ์สูงสุด
  • ตรวจสอบคุณภาพน้ำก่อนนำไปใช้งาน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
การป้องกันน้ำท่วมอย่างมีระบบ
  • ศึกษาและประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมในพื้นที่ดำเนินโครงการ
  • จัดทำแผนปฏิบัติการกรณีฉุกเฉิน และมาตรการป้องกัน เช่น การออกแบบคันดินกันน้ำในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงการติดตั้งจุดตรวจวัดระดับน้ำรอบพื้นที่ดำเนินงาน
  • ติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง
การตรวจสอบระบบระบายน้ำ
  • บำรุงรักษาและตรวจสอบระบบระบายน้ำ รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ระบบอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
  • ฝึกอบรมบุคลากรและผู้รับเหมา ให้ปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย
  • ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากระบบระบายน้ำ
การใช้น้ำหมุนเวียน
  • ใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่า ผ่านการตรวจสอบคุณภาพน้ำให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด โดยหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ในกิจกรรมต่างๆ เช่น การรดน้ำต้นไม้
  • ออกแบบระบบหมุนเวียนน้ำให้มีประสิทธิภาพ เพื่อลดการสูญเสียน้ำ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
การประเมินความตึงเครียดของน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำใกล้กับพื้นที่ดำเนินงาน
  • ประเมินระดับความตึงเครียดของน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำที่อยู่ใกล้พื้นที่ดำเนินโครงการ

บริษัทฯ ดำเนินการติดตามและบันทึกข้อมูลการใช้น้ำอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อประเมินแนวโน้มและปรับแผนให้เหมาะสม โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ริเริ่มศึกษาแนวทางลดปริมาณการใช้น้ำผ่านโปรแกรมคำนวณความจำเป็นในการล้างแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดลองใช้ระบบเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในโครงการผลิตไฟฟ้าของกลุ่มบริษัทฯ นอกจากนี้บริษัทฯ กำหนดมาตรการลดการใช้น้ำครอบคลุมทั้งอาคารสำนักงาน และพื้นที่โครงการผลิตไฟฟ้า ดังนี้

สำหรับอาคารสำนักงาน บริษัทฯ จัดประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้พนักงานทราบถึงปริมาณการใช้น้ำในปีที่ผ่านมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ประจำปี พร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และการมีส่วนร่วมของพนักงานในการบรรลุเป้าหมายการลดการใช้น้ำอย่างยั่งยืน

สำหรับพื้นที่โครงการผลิตไฟฟ้า บริษัทฯ ตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งให้เป็นไปตามมาตรฐานทางกฎหมาย และนำกลับมาใช้ในกิจกรรมต่างๆ เช่น ลดการใช้น้ำดิบภายในโครงการ รวมถึงดำเนินโครงการปลูกป่าระยะยาวในพื้นที่โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดยพิจารณาใช้น้ำทิ้งจากโครงการสำหรับรดน้ำต้นกล้า เพื่อลดการใช้น้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะ และลดผลกระทบต่อกิจกรรมการใช้น้ำของชุมชน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ และส่งเสริมความยั่งยืนของระบบนิเวศ

ผู้มีส่วนได้เสียหลัก

พนักงาน
  • การสร้างความตระหนักรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรมขององค์กร และการติดตามผลการดำเนินงานด้านการใช้น้ำ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานในการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ
  • การส่งเสริมองค์ความรู้และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น AI และ Big Data เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และลดการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย จริยธรรม และการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสีย
ชุมชน
  • การประเมิน และพัฒนาแผนป้องกันและลดผลกระทบต่อชุมชนจากความเสี่ยงด้านน้ำ เช่น น้ำท่วม การรั่วไหลของน้ำเสียจากระบบบำบัดน้ำ และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น
  • การประเมินความตึงเครียดของน้ำในพื้นที่โครงการโรงไฟฟ้า เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ และลดการใช้ทรัพยากรน้ำเกินความจำเป็นในการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
  • การดำเนินมาตรการจัดการน้ำและน้ำเสีย รวมถึงการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ภายในโครงการ เพื่อลดผลกระทบต่อแหล่งน้ำสาธารณะและชุมชนโดยรอบ
  • การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด รวมถึงการติดตามและบริหารความเสี่ยงด้านน้ำอย่างต่อเนื่อง
  • การสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิต การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชน และการเปิดรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่โครงการอย่างสม่ำเสมอ