“เปิดขอบฟ้าทศวรรษใหม่ ขับเคลื่อนพลังงานสะอาด สู่อนาคตที่ยั่งยืน”

ปี 2568 นับเป็นหมุดหมายสำคัญของ บีซีพีจี ในการก้าวสู่ทศวรรษใหม่ภายใต้กลยุทธ์ “The Next Decade: Broadening Horizons of Sustainability” ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและท้าทาย ทั้งในด้านเศรษฐกิจที่ผันผวน วิกฤตพลังงาน และความคาดหวังของสังคมที่มีต่อภาคธุรกิจในมิติของสิ่งแวดล้อมที่สูงขึ้น

บีซีพีจีเชื่อมั่นว่าการเติบโตที่แท้จริงไม่ใช่เพียงการขยายตัวของตัวเลขทางธุรกิจ หากแต่คือการเติบโตที่ตั้งอยู่บนรากฐานของความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อส่งต่อคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่สังคมและคนรุ่นต่อไปอย่างแท้จริง

รวี บุญสินสุข
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่
ผลประกอบการของบีซีพีจีในปี 2568
EBITDA รวม
ล้านบาท
กำไรจากการดำเนินงานปกติ
ล้านบาท

การเติบโตที่แข็งแกร่งสู่ทศวรรษใหม่

ผลประกอบการของบีซีพีจีในปีนี้ สะท้อนถึงศักยภาพในการเติบโตท่ามกลางความท้าทาย โดยมี EBITDA รวม 4,871.2 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงานปกติ 1,807 ล้านบาท เพิ่มขึ้มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 61 โดยการเติบโตดังกล่าวมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นของ 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ โรงไฟฟ้าก๊าก๊าซธรรมชาติ ในประเทศสหรัฐอเมริกา และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมมอนซูนใน สปป.ลาว

ปัจจุบัน บีซีพีจีมีกำลังการผลิตตามสัญญา 1,960.3 เมกะวัตต์ โดยเป็นโครงการที่เปิดดำเนินการแล้ว 1,474.6 เมกะวัตต์ และอีก 485.7 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างการพัฒนา ครอบคลุม 6 ประเทศ ในพลังงานแสงอาทิตย์ พลังน้ำ พลังงานลม และก๊าซธรรมชาติ

ธรรมาภิบาลที่แข็งแกร่ง สู่สังคมคาร์บอนต่ำ

บีซีพีจีขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้หัวใจสำคัญคือกลยุทธ์ 4G คือ Growth, Good, Green, และ Governance ด้วยความเชื่อมั่นอันแรงกล้าว่า ธุรกิจที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงต้องมีรากฐานจากการบริหารจัดการที่เป็นเลิศ มีการกำกับดูแลกิจการที่เปี่ยมด้วยธรรมาภิบาล และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำอย่างเต็มตัว ได้แก่

Carbon Neutrality (Thailand) เรามีความภาคภูมิใจที่สามารถบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนสำหรับการดำเนินงานภายในประเทศไทยได้สำเร็จตั้งแต่ปี 2565 และยังคงรักษามาตรฐานการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และดำเนินการจนถึงปัจจุบัน
Global Carbon Neutrality มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนสำหรับการดำเนินงานในทุกประเทศที่เข้าไปลงทุน ภายในปี 2573
Net Zero ก้าวสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่นี้ บีซีพีจีไม่ได้เพียงแค่วางแผน แต่เรา “ลงมือทำ” ผ่านโครงการเชิงยุทธศาสตร์ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างกว้างขวาง อาทิ การฟื้นฟูระบบนิเวศผ่านโครงการ ปลูกป่าชายเลนเพื่อคาร์บอนเครดิต การใช้นวัตกรรมดิจิทัลพัฒนา แพลตฟอร์มวัดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Footprint Tracking for Organization (CFO) ที่แม่นยำ รวมถึงวิจัยและพัฒนา ระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Storage Systems) เพื่อทลายข้อจำกัดของพลังงานหมุนเวียนและสร้างเสถียรภาพทางพลังงานแห่งอนาคต

ยิ่งไปกว่านั้น เรามุ่งสร้าง “คุณค่าร่วม” (Shared Value) ให้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ที่โครงการของเราตั้งอยู่ เช่น โครงการพลังงานลม “ลมลิกอร์” จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เราบริหารจัดการควบคู่ไปกับการส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่น และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม “มอนซูน” ใน สปป.ลาว ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแหล่งผลิตไฟฟ้า แต่คือสะพานเชื่อมโยงความมั่นคงทางพลังงานที่ช่วยให้ประชาชนในภูมิภาคเข้าถึงพลังงานสะอาดได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

ความภูมิใจในมาตรฐานการดำเนินงานและก้าวต่อไปสู่อนาคต

ด้วยความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ บีซีพีจีได้รับรางวัลและการยอมรับในมาตรฐานต่างๆ ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จในการเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดที่ยึดถือธรรมาภิบาลเป็นหัวใจหลัก เราภาคภูมิใจที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในบริษัทที่อยู่ในกลุ่ม ESG 100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าเราดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดี ควบคู่ไปกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ การได้รับรางวัลด้านสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2568 (Human Rights Award 2025) ระดับสูงสุด ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เป็นสิ่งตอกย้ำว่า บีซีพีจีไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการพัฒนาธุรกิจพลังงานสะอาด แต่เราให้ความสำคัญสูงสุดกับการดำเนินงานที่เคารพสิทธิและความเป็นอยู่ของผู้คนตลอดห่วงโซ่คุณค่า นอกจากนี้ยังได้รับ ประกาศนียบัตรคาร์บอนนิวทรัล ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองถึงความพยายามอย่างเป็นรูปธรรมในการบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality

ภายใต้หมุดหมายใหม่ “The Next Decade: Broadening Horizons of Sustainability” บีซีพีจีเชื่อมั่นเสมอว่า การพัฒนาอย่างยั่งยืนไม่ใช่เพียงภารกิจที่ทำตามกระแสโลก แต่คือ "รากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคต" ที่เรามุ่งมั่นสร้างคุณค่าที่สมดุลระหว่างผลตอบแทนทางธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตที่มั่นคงในทศวรรษหน้า

ในนามของฝ่ายบริหาร ผมขอขอบคุณพนักงาน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกท่านที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขยายขอบเขตแห่งความยั่งยืนนี้ เราจะเดินหน้าสร้างสรรค์แนวทางใหม่ๆ ด้วยความจริงใจ เพื่อส่งต่อโลกที่สะอาดและอนาคตที่มั่นคงให้กับคนรุ่นต่อไป