การบริหารจัดการความเสี่ยงและภาวะวิกฤติ
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
การบริหารจัดการความเสี่ยงเป็นกระบวนการสำคัญที่บริษัทฯ ใช้เพื่อระบุ ประเมิน ติดตาม และควบคุมบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในกิจกรรมทางธุรกิจ
การบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ และการสร้างคุณค่าในระยะยาว โดยครอบคลุมความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล เทคโนโลยี และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risks) ที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าของบริษัทฯ
ความท้าทายและโอกาส
ในปัจจุบัน ภาคธุรกิจทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายจากความผันผวนทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและการสร้างคุณค่าในระยะยาวขององค์กร
ในขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้แก่อุตสาหกรรมพลังงาน โดยเฉพาะการเติบโตของพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน เทคโนโลยีด้านการลดก๊าซเรือนกระจก และโซลูชันด้านพลังงานสะอาด ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงทั้งในระดับองค์กรและระดับโครงการ โดยบูรณาการการบริหารความเสี่ยงเข้ากับการกำหนดกลยุทธ์ การตัดสินใจลงทุน และการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อให้สามารถระบุ ประเมิน ติดตาม และบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเตรียมความพร้อมรับมือกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risks) ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในอนาคต
ด้วยแนวทางดังกล่าว บริษัทฯ มุ่งสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ (Business Resilience) เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย และสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนของธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในระยะยาว
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
ระบบบริหารจัดการความเสี่ยงครอบคลุมทุกหน่วยธุรกิจ
เป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน
การทบทวนและประเมินความเสี่ยงระดับองค์กรและระดับโครงการ
เป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน
การติดตามความเสี่ยงเกิดใหม่ (Emerging Risks) อย่างต่อเนื่องผ่านการวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจ พลังงาน เทคโนโลยี กฎระเบียบ และภูมิรัฐศาสตร์ในประเทศที่บริษัทฯ เข้าไปลงทุน โดยมีการทบทวนอย่าง
เป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน
การติดตามและประเมินประสิทธิผลของแผนบริหารความเสี่ยงที่สำคัญเป็นรายไตรมาส โดยพบว่าความเสี่ยงสำคัญ
ผลการดำเนินงาน
กลยุทธ์และแนวทางการบริหารจัดการ
บริษัทฯ ตระหนักว่าการบริหารความเสี่ยงเป็นองค์ประกอบสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี และเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ การสร้างคุณค่าในระยะยาว และการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร ภายใต้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี สภาพภูมิอากาศ กฎระเบียบ และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย
บริษัทฯ จึงได้จัดให้มีกระบวนการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร (Enterprise Risk Management: ERM) ที่ครอบคลุมการระบุ ประเมิน ติดตาม และบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ โดยบูรณาการประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG Risks) รวมถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risks) เข้าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการประเมินความเสี่ยงประจำปี เพื่อให้มั่นใจว่าความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญได้รับการพิจารณาอย่างรอบด้านและสอดคล้องกับทิศทางเชิงกลยุทธ์ของบริษัทฯ
บริษัทฯ มีการประเมินความน่าจะเป็นและผลกระทบของความเสี่ยงทั้งต่อองค์กรและผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมกำหนดมาตรการบริหารจัดการ ผู้รับผิดชอบ และตัวชี้วัดความเสี่ยงที่สำคัญ (Key Risk Indicators: KRIs) เพื่อควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่องค์กรยอมรับได้ (Risk Appetite) รวมถึงติดตามผลการดำเนินงานตามแผนบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้นำผลการประเมินความเสี่ยงมาใช้ประกอบการวางแผนกลยุทธ์ การพิจารณาโครงการลงทุน การจัดสรรทรัพยากร และการตัดสินใจทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความไม่แน่นอนและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว
สำหรับความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ บริษัทฯ ได้จัดให้มีระบบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management: BCM) และแผนรองรับภาวะฉุกเฉิน เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน ทรัพย์สิน บุคลากร และผู้มีส่วนได้เสีย โดยมีการทดสอบ ทบทวน และปรับปรุงแผนอย่างสม่ำเสมอ
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทั้งองค์กรมีหน้าที่กำกับดูแลและติดตามความเสี่ยงที่สำคัญขององค์กร รวมถึงติดตามผลการดำเนินงานตามแผนลดความเสี่ยงและประสิทธิผลของมาตรการควบคุมเป็นรายไตรมาส โดยรายงานผลการบริหารความเสี่ยงและการทบทวนระบบบริหารความเสี่ยงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง และคณะกรรมการบริษัท อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อคาดว่าองค์กรจะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ
โครงสร้างการบริหารจัดการความเสี่ยง
บริษัทฯ มีนโยบายบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุมทุกระดับขององค์กร โดยมุ่งเน้นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยง เชื่อมโยงกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ และการบริหารความยั่งยืนขององค์กร เพื่อสนับสนุนการสร้างคุณค่าในระยะยาวแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
บริษัทฯ ได้นำกรอบการบริหารความเสี่ยงตามมาตรฐานสากล COSO Enterprise Risk Management (COSO ERM 2017) มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวางแผนและตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ โดยครอบคลุมการบริหารความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล เทคโนโลยี และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risks) ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
บริษัทฯ กำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) และนำผลการประเมินความเสี่ยงมาใช้ประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจ การพิจารณาโครงการลงทุน การจัดสรรทรัพยากร และการกำหนดแผนงานเพื่อลดผลกระทบจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งมีการติดตามตัวชี้วัดความเสี่ยงที่สำคัญ (Key Risk Indicators: KRIs) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ความเสี่ยงอยู่ในระดับที่องค์กรสามารถยอมรับได้
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management: BCM) เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน ความปลอดภัยของบุคลากร ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และความสามารถในการให้บริการแก่ผู้มีส่วนได้เสีย โดยมีการทบทวนและปรับปรุงแผนรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ บริษัทฯ มีการกำกับดูแลและตรวจสอบกระบวนการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้าน (Due Diligence) โดยคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทั้งองค์กร ผู้บริหาร และฝ่ายงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าระบบบริหารความเสี่ยงมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
โครงสร้างการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ สามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักตามแนวคิด Three Lines of Defense Model ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยกำหนดบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้ที่เกี่ยวข้องในแต่ละระดับอย่างชัดเจน เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร ดังรายละเอียดต่อไปนี้
First Line of Defense
คณะกรรมการบริหารและจัดการองค์กร (BCPG Management Committee, MANCOM)
- บริหารและกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และกลยุทธ์ขององค์กร
- พิจารณาและติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบาย แผนธุรกิจ แผนการเงิน และแผนงานที่สำคัญของบริษัทฯ รวมถึงบริษัทย่อยและบริษัทร่วม
- พิจารณาความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ พร้อมกำหนดแนวทางบริหารจัดการความเสี่ยงให้สอดคล้องกับเป้าหมายองค์กร
- จัดทำ ทบทวน และติดตามแผนบริหารความเสี่ยงเชิงปฏิบัติการและเชิงกลยุทธ์ของสายงานประจำปี เพื่อให้ความเสี่ยงอยู่ในระดับที่องค์กรยอมรับได้
- ติดตามการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยภายในและภายนอก รวมถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risks) ที่อาจส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจในระยะสั้นและระยะยาว
- พิจารณาและกลั่นกรองการจัดสรรทรัพยากรและงบประมาณ เพื่อสนับสนุนการดำเนินมาตรการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในอย่างมีประสิทธิภาพ
- รายงานผลการดำเนินงานตามแผนจัดการความเสี่ยงต่อคณะกรรมการบริหารและจัดการองค์กร และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทั้งองค์กร
Second Line of Defense
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทั้งองค์กร (Enterprise Wide Risk Management Committee, ERMC)
- กำหนด และทบทวนนโยบายการบริหารความเสี่ยงทั้งองค์กร รวมถึงกรอบ Risk Appetite และ Risk Tolerance ให้สอดคล้องกับทิศทางกลยุทธ์และเป้าหมายขององค์กร
- กำกับดูแล ติดตาม และสอบทานการบริหารความเสี่ยงที่สำคัญ รวมถึงความเสี่ยงด้าน ESG ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่
- ติดตามประสิทธิผลของมาตรการควบคุมและแผนบริหารความเสี่ยง เพื่อให้ความเสี่ยงอยู่ในระดับที่องค์กรยอมรับได้
- ส่งเสริมวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงและสร้างความตระหนักด้านความเสี่ยงในทุกระดับขององค์กร
- รายงานสถานะความเสี่ยงที่สำคัญ แนวโน้มความเสี่ยง และประเด็น Emerging Risks ต่อคณะกรรมการบริษัท
- ทบทวนกฎบัตรคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทั้งองค์กร อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
ผู้ประสานงานบริหารความเสี่ยง (Risk Coordinator)
- ประสานงานและสนับสนุนการดำเนินงานตามกระบวนการบริหารความเสี่ยงขององค์กร
- สนับสนุนการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการประเมินความเสี่ยงและการจัดทำแผนบริหารความเสี่ยง
- ติดตามและรายงานความก้าวหน้าของแผนจัดการความเสี่ยง รวมถึงตัวชี้วัดความเสี่ยงที่สำคัญ (KRIs)
- สนับสนุนการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์แนวโน้มความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risks)
Third Line of Defense
คณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee)
- กำกับดูแลและให้ความเชื่อมั่นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับประสิทธิผลของระบบควบคุมภายใน การกำกับดูแลกิจการ และการบริหารความเสี่ยง
- สอบทานความเพียงพอของระบบบริหารความเสี่ยง รวมถึงการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCM) และการบริหารความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
- สื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทั้งองค์กร เพื่อให้มั่นใจว่าความเสี่ยงที่สำคัญได้รับการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม
สำนักตรวจสอบภายใน (Internal Audit)
- ประเมินประสิทธิผลของระบบควบคุมภายในและกระบวนการบริหารความเสี่ยงขององค์กรอย่างเป็นอิสระ
- ดำเนินการตรวจสอบภายในตามแนวทาง Risk-based Internal Audit เพื่อประเมินความเพียงพอและประสิทธิผลของมาตรการควบคุมความเสี่ยง
- ตรวจสอบการปฏิบัติตามนโยบาย กระบวนการ และแผนบริหารความเสี่ยงของฝ่ายงานต่างๆ
- รายงานผลการตรวจสอบ ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการตรวจสอบอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง พร้อมติดตามการดำเนินการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง
โครงสร้างการบริหารจัดการความเสี่ยง
หมายเหตุ: RC หมายถึง Risk Coordinator - มอบหมายหน้าที่โดยผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ขึ้นไป
การประเมินความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร
บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร (Enterprise Risk Assessment) เพื่อระบุ วิเคราะห์ และประเมินปัจจัยเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ การดำเนินงาน และการสร้างคุณค่าในระยะยาว โดยครอบคลุมทั้งความเสี่ยงในปัจจุบันและความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risks) ที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เทคโนโลยี สภาพภูมิอากาศ กฎระเบียบ และปัจจัยด้านเศรษฐกิจ สังคม และภูมิรัฐศาสตร์
บริษัทฯ นำผลการประเมินความเสี่ยงมาใช้ประกอบการกำหนดกลยุทธ์ การตัดสินใจลงทุน การจัดสรรทรัพยากร และการวางแผนดำเนินธุรกิจ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่องค์กรยอมรับได้ (Risk Appetite) พร้อมทั้งเพิ่มความสามารถในการรองรับความไม่แน่นอนและสร้างความยืดหยุ่นทางธุรกิจ (Business Resilience) ขั้นตอนการประเมินความเสี่ยง ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก ดังนี้
1. การระบุปัจจัยความเสี่ยง
บริษัทฯ ระบุปัจจัยเสี่ยงทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกองค์กร โดยครอบคลุมความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ การลงทุน ชื่อเสียงองค์กร ผู้มีส่วนได้เสีย และความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว รวมถึงการพิจารณาความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG Risks) ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate-related Risks) ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity Risks) และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risks)
ปัจจัยความเสี่ยงอาจเกิดจากปัจจัยภายในองค์กร (Internal Factors) เช่น บุคลากร กระบวนการทำงาน วัฒนธรรมองค์กร ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการบริหารจัดการโครงการ หรือปัจจัยภายนอกองค์กร (External Factors) เช่น ภาวะเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ เทคโนโลยี สภาพภูมิอากาศ การแข่งขันทางธุรกิจ และสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์
บริษัทฯ แบ่งประเภทความเสี่ยงออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่
|
1
ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์
|
2
ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติการ
|
3
ความเสี่ยงทางการเงิน
|
4
ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบและชื่อเสียงขององค์กร
|
5
ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่
|
|---|---|---|---|---|
| ความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและปัจจัยภายนอก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าหมายและแผนการดำเนินงานในระยะยาว เช่น การเปลี่ยนแปลงของนโยบายด้านพลังงาน การแข่งขันในอุตสาหกรรม การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ | ความเสี่ยงที่เกิดจากกระบวนการดำเนินงาน บุคลากร ระบบงาน หรือเหตุการณ์ภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพและความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ เช่น ความสามารถในการผลิตไฟฟ้าที่ลดลง การเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน และความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน | ความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงิน ผลประกอบการ หรือความสามารถในการดำเนินธุรกิจขององค์กร เช่น ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน อัตราดอกเบี้ย ความเสี่ยงด้านเครดิต การขาดสภาพคล่องทางการเงิน และความเสี่ยงจากการลงทุน | ความเสี่ยงที่เกิดจากการไม่สามารถปฏิบัติตามกฏหมาย กฏระเบียบ ข้อบังคับ มาตรฐาน หรือจรรยาบรรณทางธุรกิจ รวมถึงเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจจากผู้มีส่วนได้เสีย | ความเสี่ยงที่อาจยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญในปัจจุบัน แต่มีแนวโน้มส่งผลต่อองค์กรในอนาคต เช่น การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีด้านพลังงาน ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค และกฎระเบียบด้านคาร์บอนที่เข้มงวดมากขึ้น |
2. การวิเคราะห์ความเสี่ยง
ในการวิเคราะห์ความเสี่ยง บริษัทฯ พิจารณาทั้งความเสี่ยงก่อนการควบคุม (Inherent Risk) และความเสี่ยงคงเหลือหลังการควบคุม (Residual Risk) เพื่อประเมินประสิทธิผลของมาตรการควบคุมและแผนบริหารความเสี่ยงที่กำหนดไว้ รวมถึงนำผลการประเมินมาเปรียบเทียบกับระดับความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ (Risk Appetite) เพื่อกำหนดลำดับความสำคัญของการบริหารจัดการความเสี่ยง
บริษัทฯ ใช้เครื่องมือ Risk Matrix ในการประเมินและจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง โดยพิจารณาจาก 2 มิติ ได้แก่ โอกาสที่อาจเกิดขึ้น (Likelihood) และผลกระทบ (Impact) เพื่อให้สามารถกำหนดมาตรการตอบสนองและจัดสรรทรัพยากรได้อย่างเหมาะสมตามระดับความเสี่ยง
ในส่วนของการประเมินโอกาสการเกิดความเสี่ยงและโอกาส (Likelihood) บริษัทฯ พิจารณาจากความน่าจะเป็นหรือความถี่ของการเกิดความเสี่ยงอันเนื่องมาจากปัจจัยเสี่ยงแต่ละรายการ โดยอ้างอิงจากข้อมูลในอดีต สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ แนวโน้มในอนาคต และหลักเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้ รวมถึงครอบคลุมความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risks) ที่อาจส่งผลกระทบต่อองค์กร ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดระดับการประเมินโอกาสการเกิดเหตุการณ์ไว้ 4 ระดับ ตั้งแต่ระดับต่ำไปจนถึงระดับสูง เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบและจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงได้อย่างเป็นระบบ
สำหรับการประเมินผลกระทบ (Impact) บริษัทฯ ได้กำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจ โดยครอบคลุมผลกระทบทั้งด้านการเงิน การดำเนินงาน บุคลากร ผู้มีส่วนได้เสีย และความยั่งยืนขององค์กรซึ่งแบ่งการประเมินออกเป็น 8 ด้าน ได้แก่ ด้านการเงิน ด้านการปฏิบัติการ ด้านการพัฒนาและความพึงพอใจของพนักงาน ด้านทรัพยากรมนุษย์ ด้านลูกค้า ด้านกฎระเบียบ ด้านสิทธิมนุษยชน และด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดระดับผลกระทบไว้ 4 ระดับ ตั้งแต่ระดับต่ำไปจนถึงระดับสูง พร้อมจัดทำเกณฑ์การประเมินในแต่ละด้าน เพื่อให้การประเมินความเสี่ยงเป็นไปในมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งองค์กร และสามารถสะท้อนผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของบริษัทฯ ได้อย่างเหมาะสม โดยมีหลักเกณฑ์การประเมินผลกระทบแต่ละด้าน ดังนี้
| ประเภทผลกระทบ | ตัวอย่างเกณฑ์การประเมินผลกระทบ |
|---|---|
| ด้านการเงิน | ผลกระทบต่อผลการดำเนินงาน ฐานะทางการเงิน ความสามารถในการทำกำไร และการสร้างมูลค่าเพิ่มขององค์กร อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความเสี่ยงที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า โดยพิจารณาจากตัวชี้วัด เช่น EBITDA รายได้ กำไรสุทธิ Credit Rating ค่าใช้จ่าย และต้นทุนที่เพิ่มขึ้น |
| ด้านการปฏิบัติการ | ผลกระทบต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจ การผลิตไฟฟ้า การให้บริการ และความต่อเนื่องทางธุรกิจ รวมถึงการหยุดชะงักของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบควบคุมการผลิต โดยพิจารณาจากตัวชี้วัด เช่น ระยะเวลาหยุดชะงักของการดำเนินงาน ปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่ลดลง ความพร้อมใช้งานของสินทรัพย์ และความเสียหายต่อระบบ IT |
| ด้านการพัฒนาและความพึงพอใจของพนักงาน | ผลกระทบต่อความสามารถในการรักษาและพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยเฉพาะพนักงานกลุ่มสำคัญและกลุ่มที่มีศักยภาพสูง รวมถึงระดับความผูกพันและความพึงพอใจของพนักงาน โดยพิจารณาจากตัวชี้วัด เช่น อัตราการลาออก อัตราความผูกพันของพนักงาน และผลสำเร็จของแผนพัฒนาศักยภาพบุคลากร |
| ด้านทรัพยากรมนุษย์และความปลอดภัย | ผลกระทบต่อชีวิต สุขภาพ และความปลอดภัยของพนักงาน ผู้รับเหมา และผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงความสามารถในการดำเนินงานขององค์กร โดยพิจารณาจากตัวชี้วัด เช่น จำนวนการบาดเจ็บร้ายแรง การสูญเสียชีวิต อัตราการเกิดอุบัติเหตุ และจำนวนวันสูญเสียจากการบาดเจ็บ |
| ด้านลูกค้าและชื่อเสียงองค์กร | ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า นักลงทุน ชุมชน และผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงภาพลักษณ์และชื่อเสียงขององค์กร โดยพิจารณาจากตัวชี้วัด เช่น จำนวนข้อร้องเรียน จำนวนเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจจากสื่อ การประท้วงจากผู้มีส่วนได้เสีย และผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชน |
| ด้านกฎระเบียบและการกำกับดูแล | ผลกระทบจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อกำหนด หรือเงื่อนไขใบอนุญาต ซึ่งอาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจและชื่อเสียงองค์กร โดยพิจารณาจากตัวชี้วัด เช่น ค่าปรับ การเพิกถอนใบอนุญาต คำสั่งหยุดดำเนินงาน การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หรือการดำเนินคดีทางกฎหมาย |
| ด้านสิทธิมนุษยชน | ผลกระทบจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือข้อร้องเรียนจากผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยพิจารณาจากตัวชี้วัด เช่น จำนวนข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน ความรุนแรงของเหตุการณ์ ระยะเวลาในการเยียวยา และผลกระทบต่อผู้ได้รับผลกระทบ |
| ด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ | ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อันเกิดจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยพิจารณาจากตัวชี้วัด เช่น ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การรั่วไหลของสารเคมีหรือของเสีย ผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ น้ำ และดิน รวมถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ |
3. การวัดระดับความเสี่ยง
การวัดระดับความเสี่ยงเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้บริษัทฯ สามารถระบุ ประเมิน และจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง รวมถึงกำหนดมาตรการบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม โดยนำผลการประเมินโอกาสที่อาจเกิดขึ้น (Likelihood) และผลกระทบ (Impact) มาวิเคราะห์ร่วมกันผ่านแผนภาพความเสี่ยง (Risk Matrix) เพื่อกำหนดระดับความเสี่ยงของแต่ละปัจจัย โดยบริษัทฯ ได้กำหนดระดับความเสี่ยงออกเป็น 4 ระดับ ดังนี้
| การวัดระดับความเสี่ยง (Risk Evaluation) | ระดับความเสี่ยง | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| Unacceptable |
สูงมาก (Critical)
|
ความเสี่ยงสูงมากยอมรับไม่ได้ เพราะมีผลกระทบต่อองค์กรต้องกำหนดมาตรการบริหารจัดการและดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อลดระดับความเสี่ยง |
| Unacceptable |
สูง (High)
|
ความเสี่ยงสูงยอมรับไม่ได้ เพราะมีผลกระทบต่อองค์กรต้องกำหนดมาตรการบริหารจัดการเพื่อลดระดับความเสี่ยง |
| Acceptable |
ปานกลาง (Medium)
|
ความเสี่ยงที่ยอมรับได้แต่ต้องมีมาตรการดูแล แก้ไขป้องกัน เพื่อลดความสูญเสีย |
| Acceptable |
ต่ำ (Accept)
|
ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ มีผลกระทบต่อองค์กรเพียงเล็กน้อย |
ทั้งนี้ ความเสี่ยงที่อยู่ในระดับสูงและระดับสูงมากจะได้รับการกำหนดมาตรการบริหารจัดการเพิ่มเติม พร้อมติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดโดยผู้บริหารและคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทั้งองค์กร
ผลการประเมินความเสี่ยงจะถูกนำมาเปรียบเทียบกับระดับความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ (Risk Appetite) เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการบริหารความเสี่ยง การจัดสรรทรัพยากร และการกำหนดแผนงานเชิงกลยุทธ์ รวมถึงใช้ในการติดตามตัวชี้วัดความเสี่ยงที่สำคัญ (Key Risk Indicators: KRIs) เพื่อเฝ้าระวังและลดโอกาสการเกิดเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อองค์กร
การจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง
บริษัทฯ ดำเนินการจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงโดยพิจารณาทั้งระดับความเสี่ยง ผลกระทบต่อวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ ความพร้อมของมาตรการควบคุม และความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อให้สามารถกำหนดแนวทางตอบสนองต่อความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับบริบททางธุรกิจ
นอกเหนือจากการพิจารณาระดับความเสี่ยงจาก Risk Matrix บริษัทฯ ยังนำปัจจัยเชิงคุณภาพมาประกอบการจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง ดังนี้
ความสามารถในการปรับตัว
ความซับซ้อน
ความเร็วในการเกิดผลกระทบ
ระยะเวลาของผลกระทบ
ความสามารถในการฟื้นตัว
ทั้งนี้ บริษัทฯ ทบทวนผลการประเมินความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรรายไตรมาส รวมถึงติดตามสถานะของความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ ความเสี่ยงเกิดใหม่ และประสิทธิผลของมาตรการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าความเสี่ยงอยู่ในระดับที่องค์กรยอมรับได้และสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การบริหารจัดการความเสี่ยง
การบริหารจัดการความเสี่ยงเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้บริษัทฯ สามารถลดโอกาสการเกิดเหตุการณ์ความเสี่ยงและลดผลกระทบที่อาจส่งผลต่อการบรรลุวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ขององค์กร โดยก่อนดำเนินการจัดการความเสี่ยง บริษัทฯ จะพิจารณาระดับความเสี่ยงโดยธรรมชาติ (Inherent Risk) ซึ่งเป็นระดับความเสี่ยงที่มีอยู่ก่อนการกำหนดมาตรการควบคุมใดๆ และประเมินประสิทธิผลของมาตรการควบคุมที่มีอยู่ (Existing Controls) เพื่อกำหนดระดับความเสี่ยงคงเหลือ (Residual Risk)
บริษัทฯ มีมาตรการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมกับลักษณะของความเสี่ยงแต่ละประเภท เพื่อให้มั่นใจว่าความเสี่ยงได้รับการบริหารจัดการอย่างเพียงพอและอยู่ภายใต้ระดับความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ (Risk Appetite) โดยมีการประเมินประสิทธิผลของมาตรการควบคุมอย่างต่อเนื่องผ่านการติดตามผลการดำเนินงาน และการตรวจสอบภายใน
สำหรับความเสี่ยงที่ยังคงมีระดับสูงหลังจากการควบคุม บริษัทฯ จะกำหนดแผนบริหารความเสี่ยงเพิ่มเติม (Risk Mitigation Plan) พร้อมระบุผู้รับผิดชอบ กรอบระยะเวลาดำเนินงาน และตัวชี้วัดความเสี่ยงที่สำคัญ (Key Risk Indicators: KRIs) เพื่อให้สามารถติดตามผลและประเมินประสิทธิผลของมาตรการได้อย่างต่อเนื่อง
การตอบสนองต่อความเสี่ยง
บริษัทฯ กำหนดแนวทางตอบสนองต่อความเสี่ยงให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยง ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และระดับความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ โดยแนวทางการตอบสนองต่อความเสี่ยงประกอบด้วย
การยอมรับความเสี่ยง
การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
การลดความเสี่ยง
การถ่ายโอนหรือแบ่งปันความเสี่ยง
การแสวงหาโอกาสภายใต้ความเสี่ยง
| Degree of Acceptance | มาตรการบริหารความเสี่ยงที่มีอยู่ | ประสิทธิผลของการบริหารความเสี่ยง | ระดับความเสี่ยง | แนวทางปฏิบัติ |
|---|---|---|---|---|
|
Accepted
|
ตรงกับสาเหตุของความเสี่ยง และใช้ได้ผล | ผลดีอยู่ในช่วง | อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ | ดำเนินการต่อและเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลง |
|
Mitigating
|
ตรงกับสาเหตุของความเสี่ยง แต่ยังไม่สามารถใช้ได้ผลหรือยังใช้ไม่ได้จริง | ผลยังไม่ดีต้องปฏิบัติตามแผนให้เข้มข้นขึ้น | ยังไม่อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ | นำมาตรการที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดผลจริง หรือเพิ่มความเข้มข้น |
|
Volatile
|
ไม่ตรงกับสาเหตุของความเสี่ยง | ผลยังไม่ดีต้องหามาตรการ/แผนเพิ่ม | ยังไม่อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ | เพิ่มมาตรการที่ตรงกับสาเหตุของความเสี่ยง |
|
Unaccepted
|
ไม่มี | ต้องหามาตรการ/แผนเพิ่ม | ยังไม่อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ | จัดทำมาตรการที่ตรงกับสาเหตุของความเสี่ยง |
ต้นทุนเทียบกับผลประโยชน์ที่ได้รับ
ภายหลังการจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง บริษัทฯ จะดำเนินการวิเคราะห์ความคุ้มค่า (Cost-Benefit Analysis) ของแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงแต่ละทางเลือก เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยพิจารณาทั้งผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ต้นทุนที่เกี่ยวข้อง และผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ขององค์กร
การวิเคราะห์ดังกล่าวครอบคลุมทั้งผลกระทบทางการเงิน การดำเนินงาน สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ (Risk Appetite) บริษัทฯ พิจารณาปัจจัยสำคัญ ดังนี้
การวิเคราะห์ทางเลือก
การประเมินผลประโยชน์
การประเมินต้นทุน
การเปรียบเทียบและตัดสินใจ
เมื่อบริษัทฯ เลือกมาตรการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมแล้ว จะมีการกำหนดผู้รับผิดชอบ ระยะเวลาดำเนินการ ทรัพยากรที่ต้องใช้ และตัวชี้วัดความสำเร็จ รวมถึงตัวชี้วัดความเสี่ยงที่สำคัญ (Key Risk Indicators: KRIs) เพื่อใช้ติดตามประสิทธิผลของมาตรการและทบทวนผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการตัดสินใจบนพื้นฐานของความคุ้มค่าในระยะยาว โดยพิจารณาทั้งผลกระทบทางการเงินและผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการบริหารความเสี่ยงที่เลือกใช้สามารถสร้างความยืดหยุ่นทางธุรกิจ (Business Resilience) และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว
การกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และระดับความเบี่ยงเบนที่ยอมรับได้
บริษัทฯ มีการกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) เพื่อใช้เป็นกรอบในการตัดสินใจและบริหารความเสี่ยงให้สอดคล้องกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ แผนธุรกิจ และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย โดย Risk Appetite หมายถึง ระดับและประเภทของความเสี่ยงที่บริษัทฯ ยินดีรับภายใต้การบริหารจัดการที่เหมาะสม เพื่อสร้างคุณค่าและผลตอบแทนทางธุรกิจในระยะยาว
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ กำหนดระดับความเบี่ยงเบนที่ยอมรับได้ (Risk Tolerance) ซึ่งเป็นขอบเขตความคลาดเคลื่อนของผลการดำเนินงานที่สามารถยอมรับได้ก่อนที่จะต้องมีการดำเนินมาตรการเพิ่มเติม เพื่อควบคุมหรือบรรเทาความเสี่ยงให้อยู่ภายในระดับที่องค์กรกำหนด
การกำหนด Risk Appetite และ Risk Tolerance พิจารณาจากปัจจัยสำคัญหลายด้าน ได้แก่ ผลการประเมินความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร (Enterprise Risk Assessment) แนวโน้มสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ความผันผวนทางเศรษฐกิจและตลาด การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย และความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยงขององค์กร โดยมีการทบทวนอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง หรือเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ
ทั้งนี้ ตัวอย่างการรับมือกับความเสี่ยง การกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) และความเบี่ยงเบนความเสี่ยง (Risk Tolerance) ที่สำคัญของบริษัทฯ มีดังนี้
| ความเสี่ยงและระดับความเสี่ยง | ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ | ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงปัจจัยภายนอกในประเทศที่บริษัทฯ ไปลงทุน |
|---|---|---|
| ระดับความเสี่ยงก่อนที่จะมีมาตรการควบคุม | ปานกลาง | ปานกลาง |
| ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น | การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบทางด้านกายภาพ อาทิ น้ำท่วม น้ำแล้ง ดินถล่ม และระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และผลกระทบด้านนโยบาย อาทิ ภาษีคาร์บอน เป็นต้น ส่งผลให้การผลิตไฟฟ้าลดลงหรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงขึ้น | รัฐบาลของแต่ละประเทศมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านพลังงาน และรัฐบาลประเทศไทยมีการแทรกแซงค่าไฟฟ้าเพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายของประชาชน เช่น การตรึงค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) เป็นต้น ส่งผลให้รายได้ของบางโครงการที่ขึ้นอยู่กับค่า Ft ลดลง |
| วิธีการรับมือต่อผลกระทบ | กระจายการลงทุนให้มีความหลากหลาย (portfolio diversification) ทั้งในด้านเทคโนโลยีและประเทศ รวมถึงติดตามการเปลี่ยนแปลงของนโยบายและแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของแต่ละประเทศที่บริษัทฯ เข้าไปลงทุนอย่างสม่ำเสมอ | รักษาให้ระบบผลิตไฟฟ้ามีความพร้อมในการจ่ายไฟฟ้า (Availability) สูงสุด เร่งรัดโครงการที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้เสร็จไวกว่ากำหนด และพิจารณาใช้เงินทุนในการดำเนินงาน (OPEX) อย่างระมัดระวัง เพื่อลดผลกระทบจากการตรึงค่าไฟผันแปร (Ft) ที่มีต่อรายได้ของบางโรงไฟฟ้า |
| ระดับความเสี่ยงที่เหลืออยู่ | ต่ำ | ปานกลาง |
| ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ | ยอมรับความเสี่ยงในระดับต่ำถึงปานกลาง ภายใต้การมีมาตรการบริหารจัดการและแผนรองรับผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม | ยอมรับความเสี่ยงในระดับปานกลาง ภายใต้การกระจายการลงทุนและการติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ กฎระเบียบ และนโยบายภาครัฐอย่างต่อเนื่อง |
| ความเบี่ยงเบนความเสี่ยง | ผลกระทบต่อรายได้ หรือผลการดำเนินงานรวมไม่เกิน 1% | ผลกระทบต่อรายได้ ผลตอบแทนจากการลงทุน หรือแผนการขยายธุรกิจไม่เกิน 5% |
ในกรณีที่ผลการติดตามพบว่าระดับความเสี่ยงคงเหลือ (Residual Risk) มีแนวโน้มสูงกว่าระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) หรือเกินระดับความเบี่ยงเบนที่กำหนดไว้ (Risk Tolerance) หน่วยงานเจ้าของความเสี่ยงจะจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงเพิ่มเติม พร้อมรายงานต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทั้งองค์กร เพื่อกำหนดมาตรการควบคุมและติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดจนกว่าระดับความเสี่ยงจะกลับเข้าสู่เกณฑ์ที่องค์กรกำหนด
ความเสี่ยงองค์กรที่สำคัญ
เพื่อสะท้อนประเด็นความเสี่ยงที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญและติดตามอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ได้จัดลำดับความเสี่ยงองค์กรที่มีผลกระทบต่อการบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ โดยพิจารณาจากแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ความเป็นไปได้ในการเกิดเหตุการณ์ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ รวมถึงสถานะตัวชี้วัดความเสี่ยง (Key Risk Indicators: KRI) เพื่อกำหนดมาตรการบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม ดังนี้
| ความเสี่ยงสำคัญ | ประเภทความเสี่ยง | แนวโน้ม | แนวทางบริหารจัดการ |
|---|---|---|---|
| ความผันผวนของราคาไฟฟ้าและราคาก๊าซธรรมชาติ | Financial Risk | ลดลง | บริหารความเสี่ยงด้านราคาโดยใช้ Hedging Strategy และติดตามแนวโน้มตลาดพลังงานอย่างใกล้ชิด |
| ความน่าเชื่อถือของคู่สัญญา | Financial Risk | ลดลง | ติดตามสถานะทางการเงินของคู่สัญญาและบริหารลูกหนี้อย่างใกล้ชิด |
| ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน | Financial Risk | เพิ่มขึ้น | บริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและลดความเสี่ยงจากเงินกู้และธุรกรรมสกุลเงินต่างประเทศ |
| ความเสี่ยงจากการด้อยค่าของสินทรัพย์และเงินลงทุน | Financial Risk | คงที่ | ติดตามผลการดำเนินงานของโครงการและทบทวนมูลค่าการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ |
| การเปลี่ยนแปลงสภาวะธุรกิจและการแข่งขันในอุตสาหกรรม | Strategic Risk | เพิ่มขึ้น | ทบทวนกลยุทธ์การลงทุนและแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่สอดคล้องกับทิศทางพลังงานสะอาด |
| ความสามารถในการแข่งขันของโครงการลงทุน | Operational Risk | เพิ่มขึ้น | เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ควบคุมต้นทุน และพัฒนาโครงการให้สามารถแข่งขันได้ในระยะยาว |
แนวทางการพิจารณาความเสี่ยงโครงการ
นอกจากการประเมินความเสี่ยงด้านการเงิน การดำเนินงาน และกฎระเบียบแล้ว บริษัทฯ ยังกำหนดให้มีการพิจารณาความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG Risks) รวมถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate-related Risks) ในทุกโครงการลงทุน เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการดังกล่าวมีความสอดคล้องกับกลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบที่มีนัยสำคัญต่อผู้มีส่วนได้เสีย
ก่อนการตัดสินใจลงทุน บริษัทฯ ดำเนินการตรวจสอบสถานะโครงการ (Due Diligence) ครอบคลุมด้านเทคนิค การเงิน กฎหมาย สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่อาจส่งผลกระทบต่อความคุ้มค่าของการลงทุนในระยะยาว
ภายหลังได้รับอนุมัติการลงทุน บริษัทฯ กำหนดให้มีการติดตามและทบทวนความเสี่ยงของโครงการอย่างต่อเนื่องตลอดวงจรชีวิตโครงการ ตั้งแต่ระยะพัฒนา ก่อสร้าง และการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างทันท่วงที และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผลการดำเนินงานของบริษัทฯ
ทั้งนี้ บริษัทฯ จึงกำหนดให้ผู้จัดการโครงการลงทุนต่างๆ ทำการประเมินความเสี่ยงของโครงการฯ ประกอบการนำเสนอขออนุมัติงบประมาณ หรืองบลงทุน โดยจะต้องมีการจัดทำแผนจัดการความเสี่ยงให้เป็นไปตามระยะเวลาการดำเนินโครงการนั้นๆ และประเมินต้นทุนทรัพยากรที่ต้องใช้ในการบริหารจัดการความเสี่ยงนั้น โดยได้รับความเห็นชอบแผนจัดการความเสี่ยงของโครงการจากคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทั้งองค์กร ก่อนนำเสนอพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท
ตัวอย่างความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอนของโครงการ
| ขั้นตอน | ตัวอย่างความเสี่ยงของโครงการ |
|---|---|
| การพัฒนา (Development) | การขอใบอนุญาตล่าช้า, การคัดค้านจากชุมชน, การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ |
| การออกแบบ (Design) | การออกแบบคลาดเคลื่อน, เทคโนโลยีไม่เหมาะสม |
| การก่อสร้าง (Construction) | อุบัติเหตุ, ผู้รับเหมาล่าช้า, ต้นทุนก่อสร้างเพิ่มขึ้น |
| การทดสอบระบบ (Commissioning) | ระบบไม่ผ่านการทดสอบ, จ่ายไฟเข้าระบบล่าช้า |
| การดำเนินงานเชิงพาณิชย์ (Operation) | ผลิตไฟฟ้าต่ำกว่าคาด, ภัยธรรมชาติ, ความปลอดภัยทางไซเบอร์, การเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงาน |
จากขั้นตอนการประเมิน และบริหารจัดการความเสี่ยงขององค์กร สำนักตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ดำเนินการตรวจสอบประสิทธิผลของระบบบริหารความเสี่ยง การควบคุมภายใน และการกำกับดูแลกิจการ ตามแนวทางการตรวจสอบบนพื้นฐานความเสี่ยง (Risk-Based Internal Audit) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าความเสี่ยงที่สำคัญได้รับการระบุ ประเมิน ติดตาม และบริหารจัดการอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบจะรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัท เพื่อใช้ประกอบการปรับปรุงระบบบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับการตรวจสอบและประเมินจากผู้ตรวจสอบภายนอก (External Auditor) รวมถึงหน่วยงานรับรองหรือผู้เชี่ยวชาญอิสระในประเด็นที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และยกระดับมาตรฐานการบริหารความเสี่ยง
ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่
บริษัทฯ ตระหนักถึงการระบุปัจจัยความเสี่ยงตามแนวโน้มเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อคาดการณ์ความเสี่ยงใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปรับตัว การรับมือ และการสร้างความยั่งยืนในการประกอบกิจการของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ พิจารณาความเสี่ยงใหม่ที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในมิติต่างๆ ทั้งในระดับประเทศ และในระดับสากล เพื่อระบุความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการดำเนินกิจการ และความได้เปรียบในการแข่งขันของบริษัทฯ ประกอบด้วย 4 ประเด็น ได้แก่
การเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมและเทคโนโลยี
ประเภทความเสี่ยง: การเปลี่ยนแปลงในด้านเทคโนโลยี
คำอธิบายความเสี่ยง

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
- การสูญเสียต้นทุนทางโอกาส และเงินลงทุน หากการลงทุนกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่วานาเดียมรีดอก์โฟลว์นั้นล้าหลังรวดเร็วเกินไป อาจส่งผลให้บริษัทฯ ไม่สามารถสร้างความได้เปรียบด้านประสิทธิภาพและต้นทุนในการผลิตไฟฟ้า และการจ่ายไฟฟ้า
- กลุ่มโรงไฟฟ้าอื่นๆ มีการลงทุน หรือพัฒนาเทคโนโลยีที่ดีกว่า อาจส่งผลให้ความได้เปรียบในการแข่งขันลดลง
- ความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนลดลงเนื่องจากบริษัทฯ ไม่สามารถแสดงศักยภาพในการประยุกต์ใช้ และหาโอกาสจากเทคโนโลยีที่สามารถสร้างความได้เปรียบในผลกำไรของบริษัทฯ ได้
มาตรการรองรับปัจจัยเสี่ยง และโอกาส
- การกระจายการลงทุนให้มีความหลากหลาย (Portfolio diversification) ในด้านเทคโนโลยี ประเมินความเป็นไปได้ในการใช้เทคโนโลยีที่มีขอบเขตที่กว้างขึ้น (Technological scalability) และติดตามแนวโน้มของตลาดและปัจจัยที่ส่งผลต่อความต้องการในตลาด (Demand driver) อย่างสม่ำเสมอ
- การศึกษาและติดตามการใช้ระบบบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบัน (Micro Grid, Renewable Energy, Energy Storage, Big Data, Smart Grid)
- การสร้างความร่วมมือกับกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ ในการให้บริการ P2P energy trading เพื่อความเป็นผู้นำด้าน Digital energy
- การร่วมให้ความเห็นในการจัดตั้งนโยบายและข้อกำหนดต่างๆ กับหน่วยงานของรัฐ เช่น คณะอนุกรรมาธิการพลังงาน กองทุนพัฒนาไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นต้น
- การออกแบบและพัฒนาระบบ เพื่อรองรับการให้บริการที่เกี่ยวข้องในด้านเทคโนโลยีอื่นๆ ซึ่งรวมไปถึงการให้บริการดิจิตอล เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพการผลิตไฟฟ้าในด้านอื่นๆ อย่างครบวงจร
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
ประเภทความเสี่ยง: ความเสี่ยงในเชิงภูมิรัฐศาสตร์
คำอธิบายความเสี่ยง

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
- ความต่อเนื่องของการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ รวมไปถึงการหยุดชะงักของธุรกิจหากมีความเสี่ยง และความตึงเครียดจากปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์
- การชะลอตัวทางเศรษฐกิจ นโยบายด้านพลังงาน ที่มีต่อผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมพลังงาน นำมาซึ่งการชะลอการลงทุนในโครงการใหม่ๆ
- การประสบปัญหารายได้ ผลกำไร หรือการเติบโตทางธุรกิจที่ลดลง จากต้นทุนในการก่อสร้างที่สูงมากขึ้น และความไม่สอดคล้องกับแผนการดำเนินงานของบริษัทฯ
มาตรการรองรับปัจจัยเสี่ยง และโอกาส
- การกระจายการลงทุนให้มีความหลากหลาย (Portfolio diversification) ทั้งในแง่ประเภทพลังงานหมุนเวียนที่ผลิต และประเทศที่จะเข้าไปลงทุน ซึ่งครอบคลุมทั้งในระดับประเทศ และในระดับสากล เพื่อลดความเสี่ยงในเชิงภูมิรัฐศาสตร์
- การมีพันธมิตรทางธุรกิจในแต่ละประเทศที่บริษัทฯ ได้มีการดำเนินธุรกิจด้วย (Local partner) เพื่อร่วมพัฒนาธุรกิจ ติดตามการเปลี่ยนแปลงของนโยบายและแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของแต่ละประเทศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน
ความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และระบบดิจิทัล
ประเภทความเสี่ยง: ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และระบบดิจิทัล
คำอธิบายความเสี่ยง

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
- การหยุดชะงักของการผลิตและการจ่ายไฟฟ้า
- การสูญหายหรือรั่วไหลของข้อมูลสำคัญทางธุรกิจ
- ความเสียหายต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย
- ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูระบบและการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
- ความเสี่ยงต่อการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดด้านการคุ้มครองข้อมูล
มาตรการรองรับปัจจัยเสี่ยง และโอกาส
- การพัฒนาระบบ Cybersecurity ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
- การทดสอบระบบและประเมินช่องโหว่ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างสม่ำเสมอ
- การจัดทำแผนตอบสนองเหตุการณ์ด้านไซเบอร์
- การส่งเสริมความรู้และสร้างความตระหนักด้าน Cybersecurity ให้แก่พนักงานและคู่ค้า
- การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่
ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านสภาพภูมิอากาศและคาร์บอน
ประเภทความเสี่ยง: การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านสภาพภูมิอากาศและตลาดคาร์บอน
คำอธิบายความเสี่ยง

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
- ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการด้านคาร์บอน
- ความจำเป็นในการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อรองรับข้อกำหนดใหม่
- ความเสี่ยงจากการไม่สามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบได้อย่างครบถ้วน
- ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้ให้ทุน
มาตรการรองรับปัจจัยเสี่ยง และโอกาส
- การติดตามพัฒนาการของกฎหมายและนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศในประเทศที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจ
- การศึกษาและประยุกต์ใช้ Internal Carbon Price (ICP) ในการตัดสินใจลงทุน
- การเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ
- การพัฒนาการเปิดเผยข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศให้สอดคล้องกับ IFRS S2 และมาตรฐานสากล
- การแสวงหาโอกาสทางธุรกิจจากตลาดคาร์บอนและผลิตภัณฑ์พลังงานสะอาด

วัฒนธรรมความเสี่ยงองค์กร
บริษัทฯ มุ่งส่งเสริมให้การบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร โดยสนับสนุนให้พนักงานทุกระดับตระหนักถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเอง และมีส่วนร่วมในการระบุ รายงาน และบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ภายใต้หลักการ "ความเสี่ยงเป็นหน้าที่ของทุกคน"
บริษัทฯ ส่งเสริมให้พนักงานสามารถรายงานเหตุการณ์ ความผิดปกติ ข้อกังวล หรือสัญญาณเตือนความเสี่ยงได้อย่างเปิดเผยและโปร่งใส โดยไม่ต้องกังวลต่อผลกระทบเชิงลบจากการรายงาน รวมถึงสนับสนุนการเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น (Lessons Learned) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงขององค์กรอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้บูรณาการประเด็นด้านความเสี่ยงเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดเป้าหมายการปฏิบัติงาน การวางแผนธุรกิจ การลงทุน และการพิจารณาโครงการใหม่ เพื่อให้การตัดสินใจทางธุรกิจคำนึงถึงความเสี่ยงและโอกาสที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน
ผู้มีส่วนได้เสียหลัก
นักลงทุน/ผู้ถือหุ้น
- การเปิดเผยข้อมูลและสื่อสารด้านความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risks) อย่างครอบคลุมในทุกมิติ และโปร่งใส
- การบริหารความเสี่ยงองค์กรและแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management: BCM) เพื่อรองรับความไม่แน่นอนจากการดำเนินธุรกิจ
- การติดตามและบริหารความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านพลังงานในประเทศที่บริษัทลงทุน
- การกระจายการลงทุนในหลายประเทศและหลายเทคโนโลยีพลังงาน เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน
พนักงาน
- การส่งเสริมความรู้และพัฒนาศักยภาพพนักงานด้านการบริหารความเสี่ยงเพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์วิกฤต
- การจัดให้มีระบบบริหารความเสี่ยงและมาตรการรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและภาวะวิกฤต
- การเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) และการตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยสารสนเทศ
- การให้ความสำคัญกับอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย
คู่ค้า
- การส่งเสริมการบริหารความเสี่ยงและการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนร่วมกับคู่ค้า
- การประเมินความเสี่ยงคู่ค้า (Supplier Risk Assessment) และติดตามประเด็น ESG ที่มีนัยสำคัญ
พันธมิตรทางธุรกิจ
- การสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านความเสี่ยงและการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจและการลงทุนร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ
- การส่งเสริมความร่วมมือด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และการบริหารความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงาน
- การติดตามและประเมินผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจร่วมกัน
สถาบันการเงิน
- การติดตามและบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน รวมถึงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและนโยบายด้านพลังงาน
- การบริหารความเสี่ยงทางการเงิน สภาพคล่อง อัตราแลกเปลี่ยน และการลงทุน เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินของบริษัทฯ
- การเตรียมความพร้อมด้าน ESG Risk Management และ Sustainability-linked Financing เพื่อรองรับข้อกำหนดและความคาดหวังของสถาบันการเงิน
- การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และระบบบริหารความเสี่ยง เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต
ชุมชน
- การรับฟังความคิดเห็นและข้อกังวลจากชุมชน เพื่อประเมินความเสี่ยงและกำหนดมาตรการป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
- การดำเนินกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับชุมชน เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและลดความเสี่ยงด้านสังคม
- การประเมินและบริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบพื้นที่ดำเนินงาน