การกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) เป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน

บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส มีจริยธรรม รับผิดชอบ และตรวจสอบได้ ภายใต้หลักบรรษัทภิบาลที่สอดคล้องกับกฎหมาย หลักเกณฑ์กำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดจนมาตรฐานสากลด้านความยั่งยืน

คณะกรรมการบริษัทมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลการดำเนินธุรกิจ กลยุทธ์องค์กร การบริหารความเสี่ยง และประเด็นด้าน ESG เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของบริษัทคำนึงถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า พร้อมทั้งส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ และการปฏิบัติตามจรรยาบรรณทางธุรกิจอย่างเคร่งครัด

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และทันเวลา รวมถึงการส่งเสริมช่องทางการมีส่วนร่วมและการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อประกอบการตัดสินใจและพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่การสร้างคุณค่าร่วมและการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

ความท้าทายและโอกาส

บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม สามารถตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับหลักบรรษัทภิบาลที่ดี

หนึ่งในความท้าทายสำคัญของการกำกับดูแลกิจการ คือ การสื่อสารข้อมูลด้านการกำกับดูแลกิจการ ความเสี่ยง และประเด็นสำคัญต่างๆ ไปยังผู้มีส่วนได้เสียอย่างถูกต้อง โปร่งใส ทันเวลา และเหมาะสม โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ แนวปฏิบัติ หรือปัจจัยความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อองค์กรและผู้มีส่วนได้เสีย

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ เห็นว่าความท้าทายดังกล่าวเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาระบบการกำกับดูแลกิจการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนาองค์ความรู้และศักยภาพของบุคลากร ตลอดจนการยกระดับกระบวนการบริหารจัดการและการเปิดเผยข้อมูล เพื่อให้การกำกับดูแลกิจการมีความโปร่งใส ชัดเจน สามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม และสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

การทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการ จรรยาบรรณธุรกิจ และจริยธรรมองค์กร โดยคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงคณะกรรมการบริษัท
เป้าหมาย
อย่างน้อยปีละ
ครั้ง พร้อมสื่อสารให้พนักงานภายในองค์กรรับทราบ
ผลการดำเนินงาน
ร้อยละ
การทบทวนกฎบัตรของคณะกรรมการชุดย่อยทุกคณะ
เป้าหมาย
อย่างน้อยปีละ
ครั้ง
ผลการดำเนินงาน
ร้อยละ
การสื่อสารข้อมูลด้านจรรยาบรรณธุรกิจ การกำกับดูแลกิจการ และประสิทธิภาพองค์กร ครอบคลุมพนักงาน
เป้าหมาย
ร้อยละ
ผลการดำเนินงาน
ร้อยละ
เหตุการณ์ถูกคุกคามด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ การรั่วไหล และการโจรกรรมข้อมูล
เป้าหมาย
กรณี
ผลการดำเนินงาน
กรณี
(โดยบริษัทฯ ดำเนินการตามกระบวนการ Incident Response และ PDPA ทั้งนี้ ไม่กระทบข้อมูลลูกค้าหรือระบบหลัก พร้อมยกระดับมาตรการ Cybersecurity และปิดช่องโหว่เพื่อเสริมความมั่นคงปลอดภัยของระบบในระยะยาว)
ข้อร้องเรียนเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน
เป้าหมาย
กรณี
ผลการดำเนินงาน
กรณี
จำนวนความขัดแย้งทางผลประโยชน์
ผลการดำเนินงาน
กรณี

กลยุทธ์และแนวทางการบริหารจัดการ

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance: CG) ในฐานะรากฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยได้มอบหมายให้คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทำหน้าที่กำหนด ทบทวน และเสนอแนะนโยบายการกำกับดูแลกิจการ นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน นโยบายต่อต้านการให้หรือรับสินบน จริยธรรมทางธุรกิจ และจรรยาบรรณในการปฏิบัติงานภายใต้กรอบของกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องของหน่วยงานกำกับดูแลทั้งในประเทศและระดับสากล

นโยบายดังกล่าวจะได้รับการพิจารณา อนุมัติ และกำกับดูแลโดยคณะกรรมการบริษัท เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ตลอดจนส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในความโปร่งใส ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์สุจริต และการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม พร้อมทั้งสนับสนุนการบริหารความเสี่ยง การควบคุมภายใน และการกำกับดูแลกิจการที่มีประสิทธิภาพ

บริษัทฯ ได้จัดทำนโยบายการกำกับดูแลกิจการตั้งแต่การก่อตั้งบริษัทฯ และมีการทบทวน ปรับปรุง และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยคณะกรรมการบริษัทได้รับคำแนะนำจากคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Code for Listed Companies 2017) ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รวมถึงแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนและธรรมาภิบาลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการ ฉบับทบทวนครั้งที่ 10 เพื่อให้สอดคล้องกับบริบททางธุรกิจ ความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลง และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย

ทั้งนี้ สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติม ในเรื่อง การกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ ได้ที่ นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี

คณะกรรมการบริษัท

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการจัดโครงสร้างคณะกรรมการบริษัทที่มีความหลากหลาย (Board Diversity) ทั้งด้านทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ เพศ เชื้อชาติ และสัญชาติ เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร

บริษัทฯ ได้จัดทำตารางทักษะ ความรู้ และความเชี่ยวชาญของคณะกรรมการบริษัท (Board Skill Matrix) เพื่อใช้ประกอบการสรรหาและพิจารณาความเหมาะสมของกรรมการ โดยครอบคลุมความเชี่ยวชาญในด้านที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ธุรกิจระหว่างประเทศ บัญชีและการเงิน การควบคุมภายใน กฎหมาย การพัฒนาองค์กร สังคม สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย การบริหารความเสี่ยงและภาวะวิกฤต รวมถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ

นอกจากนี้ บริษัทฯ มีนโยบายไม่เลือกปฏิบัติในการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการ โดยมุ่งเน้นการพิจารณาจากคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และความเหมาะสมกับบทบาทหน้าที่ เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทสามารถนำองค์ความรู้และมุมมองที่หลากหลายมาใช้ในการกำกับดูแล ให้คำปรึกษา กำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และยั่งยืน

โครงสร้างคณะกรรมการ

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการจำนวน 12 ท่าน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • กรรมการอิสระ จำนวน 7 ท่าน
  • กรรมการบริหาร จำนวน 1 ท่าน
  • กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร จำนวน 4 ท่าน
กรรมการหญิง
จำนวน
ท่าน
ของกรรมการทั้งหมด
ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการบริษัทเฉลี่ย
คิดเป็น
ปี
วัน
ประธานกรรมการเป็นกรรมการอิสระ
ประธานกรรมการ ไม่ได้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ รวมถึงไม่ได้เป็นกรรมการในคณะกรรมการบริหาร
เพื่อให้การแบ่งแยกอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบอย่างชัดเจน
ประธานกรรมการไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการในคณะกรรมการชุดย่อย
เพื่อให้มีความเป็นอิสระในการกำกับดูแล และพิจารณากลั่นกรองวาระสำคัญของบริษัทฯ อย่างมีประสิทธิภาพ

คณะกรรมการอิสระ

บริษัทฯ กำหนดให้คณะกรรมการอิสระมีสัดส่วนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด เพื่อสนับสนุนการกำกับดูแลกิจการอย่างโปร่งใส เป็นอิสระ และมีประสิทธิภาพ โดยกรรมการอิสระทุกท่านต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย ข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และข้อบังคับของบริษัทฯ พร้อมทั้งกำหนดให้กรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย ตามข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

กรรมการอิสระของบริษัทฯ ต้องมีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการกำกับดูแล การให้ข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์ และการกำกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ กำหนดให้มีกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 ท่าน ที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านบัญชีและการเงิน เพื่อสนับสนุนการกำกับดูแลด้านการเงิน การควบคุมภายใน และการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ในส่วนของข้อกำหนดสำหรับคณะกรรมการอิสระ และข้อกำหนดที่เกี่ยวกับคณะกรรมการของบริษัทฯ ได้ที่ นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี และรายงานประจำปี (แบบฟอร์ม 56-1 Report) ปี 2568

ตารางทักษะการทำงาน

ทักษะและความชำนาญ จํานวน (คน) ร้อยละ (%)
1. เศรษฐศาสตร์ 2 16.67
2. ธนาคาร 2 16.67
3. เงินทุนและหลักทรัพย์ 2 16.67
4. ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ 1 8.33
5. พลังงานและสาธารณูปโภค 7 58.33
6. พาณิชย์ 2 16.67
7. ขนส่งและโลจิสติกส์ 1 8.33
8. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 2 16.67
9. กฎหมาย 2 16.67
10. บัญชี 4 33.33
11. การเงิน 6 50
12. ความรับผิดชอบต่อสังคม 1 8.33
13. การจัดการทรัพยากรมนุษย์ 1 8.33
14. ความยั่งยืน 1 8.33
15. การจัดการกองทุน 1 8.33
16. การวิเคราะห์ข้อมูล 2 16.67
17. การเจรจาต่อรอง 1 8.33
18. การจัดการโครงการ 1 8.33
19. ผู้นำ 3 25
20. การจัดการกลยุทธ์ 4 33.33
21. การจัดการความเสี่ยง 1 8.33
22. การตรวจสอบ 4 33.33
23. การจัดทำงบประมาณ 1 8.33
24. บรรษัทภิบาล/ การกำกับดูแล 3 25
25. การบริหารรัฐกิจ 1 8.33
26. บริหารธุรกิจ 3 25

การประเมินการปฏิบัติการของคณะกรรมการบริษัท

บริษัทฯ ดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการและคณะกรรมการชุดย่อยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีเทียบกับหน้าที่ อำนาจ และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี นอกจากนี้ ยังใช้เป็นพื้นฐานในการวางแผนพัฒนาสำหรับปีต่อไป โดยในปี 2568 คณะกรรมการบริษัทได้ประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย ตามแบบประเมินของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Institute of Director Association) ซึ่งประกอบด้วย

แบบประเมินตนเองรายคณะ ของคณะกรรมการบริษัท

โดยหัวข้อที่ใช้ในการประเมิน ประกอบด้วย

  • โครงสร้างและคุณสมบัติ
  • บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ
  • การประชุมคณะกรรมการ
  • วัฒนธรรมและการทำงานร่วมกัน
  • ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ และผู้มีส่วนได้เสีย
  • การพัฒนากรรมการ
แบบประเมินตนเองรายบุคคล ของคณะกรรมการบริษัท

โดยหัวข้อที่ใช้ในการประเมิน ประกอบด้วย

  • คุณสมบัติส่วนบุคคล
  • ความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่
  • การมีส่วนร่วมในการประชุม
  • บทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบ
  • ความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสีย
แบบประเมินตนเองรายคณะ ของคณะกรรมการชุดย่อย

ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทั้งองค์กร คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน คณะกรรมการการลงทุน โดยหัวข้อที่ใช้ในการประเมิน ประกอบด้วย

  • โครงสร้างและคุณสมบัติ
  • บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ
  • การประชุม
  • ความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสีย
  • การฝึกอบรมและทรัพยากรที่จำเป็น
  • การรายงาน
ผลการประเมินในปี 2568
คณะกรรมการบริษัท การประเมินแบบรายคณะ
อยู่ในระดับดีเยี่ยม
คณะกรรมการ การประเมินแบบรายบุคคล (ประเมินตนเอง)
อยู่ในระดับดีเยี่ยม
คณะอนุกรรมการ
  • คณะกรรมการตรวจสอบ
  • คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
  • คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทั้งองค์กร
  • คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  • คณะกรรมการการลงทุน

คณะผู้บริหาร

คณะผู้บริหารมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางและการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่บริษัทฯ โดยผู้บริหารต้องมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในการบริหารจัดการทรัพยากรทั้งภายในและภายนอกองค์กร รวมถึงการบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแลกิจการ และการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม และสอดคล้องกับกฎหมาย กฎระเบียบ และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

การประเมินผลการดำเนินงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่

บริษัทฯ กำหนดกระบวนการประเมินผลการปฏิบัติงานและการกำหนดค่าตอบแทนของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่อย่างโปร่งใส เป็นธรรม และสอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน รวมถึงคณะกรรมการบริษัท เป็นผู้พิจารณาและประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นประจำทุกปี โดยใช้ตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPIs) ที่ครอบคลุมทั้งด้านการเติบโตทางธุรกิจ การดำเนินงานอย่างยั่งยืน และผลตอบแทนทางการเงิน ได้แก่

ด้านการเติบโต (Growth)
  • การขยายการลงทุนและการบริหารจัดการสินทรัพย์ (Investment & Divestment)
  • การบริหารจัดการโครงการ (Project Management)
  • การพัฒนาโครงการและธุรกิจใหม่ (Pipeline Development)
  • การพัฒนาธุรกิจ REC และคาร์บอนเครดิต
  • การเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
ด้านการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน (ESG)
  • ผลการประเมินความยั่งยืนจากผู้ประเมินภายนอก
  • ผลการดำเนินงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ และคะแนนประเมินจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  • การสร้างความผูกพันของพนักงาน (Employee Engagement)
  • การจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งสำหรับตำแหน่งสำคัญ (Succession Plan)
ด้านการเงิน (Finance)
  • กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit)
  • ผลกำไรหรือมูลค่าเพิ่มจากโครงการ Improvement Programs
  • อันดับความน่าเชื่อถือขององค์กรจาก TRIS Rating

ผลการประเมินดังกล่าว ได้นำมาใช้เป็นเกณฑ์พิจารณาที่สำคัญในการกำหนดค่าตอบแทนของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ซึ่งประกอบด้วยค่าตอบแทนระยะสั้น ได้แก่ เงินเดือน โบนัส สิทธิประโยชน์อื่นๆ และค่าตอบแทนระยะยาว ได้แก่ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ (BCPG ESOP WARRANT) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแรงจูงใจ รักษาบุคลากรที่มีศักยภาพ และเชื่อมโยงผลตอบแทนของผู้บริหารกับการเติบโตของบริษัทฯ ในระยะยาว

สำหรับผู้บริหารระดับสูง บริษัทฯ ใช้หลักเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานและการกำหนดค่าตอบแทนในลักษณะเดียวกันกับประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เพื่อให้ค่าตอบแทนสะท้อนถึงผลการดำเนินงาน ความรับผิดชอบ และการสร้างคุณค่าให้แก่องค์กรอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ รุ่นที่ 2 (BCPG ESOP WS#2) ซึ่งออกเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2564 และมีอายุ 5 ปี โดยจัดสรรให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย เพื่อสนับสนุนการสร้างความผูกพันและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร อย่างไรก็ตาม ในปี 2568 บริษัทฯ ยังไม่มีโครงการค่าตอบแทนระยะยาวเพิ่มเติมนอกเหนือจากโครงการดังกล่าว

การถือครองหลักทรัพย์

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลการถือครองและการซื้อขายหลักทรัพย์ของกรรมการและผู้บริหาร เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานที่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น และสนับสนุนการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว

บริษัทฯ เชื่อว่าการถือครองหลักทรัพย์ของกรรมการและผู้บริหารเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความผูกพันต่อองค์กร (Alignment with Shareholders’ Interests) และส่งเสริมให้ผู้บริหารมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนผลการดำเนินงานและการเติบโตของบริษัทฯ อย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัทฯ ได้กำหนดแนวปฏิบัติในการถือครองและซื้อขายหลักทรัพย์ของกรรมการ ผู้บริหาร และผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันการใช้ข้อมูลภายในเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน (Insider Trading) และรักษาความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ โดยยึดถือหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารปฏิบัติตามช่วงเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ (Blackout Period) ก่อนการเปิดเผยข้อมูลสำคัญของบริษัทฯ รวมถึงกำหนดให้มีการรายงานการถือครองหลักทรัพย์และการเปลี่ยนแปลงการถือครองตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

ข้อมูลจำนวนหุ้นที่ถือครองโดยคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ได้แสดงไว้ในตารางด้านล่างนี้

ผู้ที่ถือหลักทรัพย์ ตำแหน่ง จำนวนหุ้นที่ถือ (หุ้น)
1. นายประสงค์ พูนธเนศ ประธานกรรมการ (กรรมการอิสระ) -
2. นายณัฐกร อธิธนาวานิช รองประธานกรรมการ (กรรมการ) -
3. นายปฏิภาณ สุคนธมาน กรรมการ -
4. พลตำรวจเอก วิสนุ ปราสาททองโอสถ กรรมการ (กรรมการอิสระ) 200,000
5. นางวิไล ฉัททันต์รัศมี กรรมการ (กรรมการอิสระ) 374,214
6. พลเอก ศักดา เนียมคำ กรรมการ (กรรมการอิสระ) -
7. พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ โชติมา กรรมการ (กรรมการอิสระ) -
8. นางสาวสลักจิต พงษ์ศิริจันทร์ กรรมการ (กรรมการอิสระ) -
9. นางสาวภัทร์ภูรี ชินกุลกิจนิวัฒน์ กรรมการ -
10. นายบัณฑิต หรรษาไพบูลย์ ถือหุ้นทางอ้อมโดยคู่สมรส กรรมการ 5,584 85,318
11. นายพรสิทธิ์ ภูวนากิจจากร กรรมการ (กรรมการอิสระ) -
12. นายรวี บุญสินสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ 5,000
13. นางสาวสัตยา มหัตถนาพาณิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารความเป็นเลิศองค์กร 240,000
14. นายชาญวิทย์ ตรังอดิศัยกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการลงทุน 164,545
15. นายก้องเกียรติ กาญจนพันธุ์ รักษาการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี 223,600

การกำหนดค่าตอบแทนของผู้บริหาร

บริษัทฯ กำหนดกรอบการบริหารค่าตอบแทนของผู้บริหารอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และสอดคล้องกับผลการดำเนินงานขององค์กร โดยคำนึงถึงบทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบ และความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ เพื่อสนับสนุนการสร้างคุณค่าและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ค่าตอบแทนของผู้บริหารมีความเชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ (Performance-linked Compensation) รวมถึงผลการปฏิบัติงานรายบุคคล ผ่านตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPIs) ที่ครอบคลุมทั้งด้านการเติบโตทางธุรกิจ การดำเนินงานอย่างยั่งยืน และผลตอบแทนทางการเงิน โดยบริษัทฯ ยังใช้ข้อมูลเปรียบเทียบค่าตอบแทนจากบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน (Benchmarking) เพื่อให้การกำหนดค่าตอบแทนมีความเหมาะสมและสามารถแข่งขันได้

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังพิจารณาปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลต่อการกำหนดค่าตอบแทน เช่น ภาวะเศรษฐกิจ แนวโน้มอุตสาหกรรม และสภาวการณ์ทางธุรกิจโดยรวม เพื่อให้การกำหนดค่าตอบแทนมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละปี

บริษัทฯ เปิดเผยข้อมูลค่าตอบแทนของพนักงานและผู้บริหารอย่างโปร่งใส เพื่อสะท้อนแนวทางการบริหารค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรมและสามารถตรวจสอบได้ โดยในปี 2568 มีรายละเอียดดังนี้

ค่าตอบแทนของผู้บริหารและพนักงาน (ล้านบาท/ปี) โดยรวม โดยเฉลี่ยต่อคน
ค่าตอบแทนรายปีของผู้บริหาร (ซึ่งนับรวมประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่) 94.28 18.86
ค่าตอบแทนรายปีของพนักงานทั้งหมด ยกเว้นผู้บริหาร 339.00 2.19

หมายเหตุ ค่าตอบแทน ได้แก่ เงินเดือน โบนัส เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และเงินประกันสังคม เป็นต้น

การกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ

บริษัทฯ กำหนดให้ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยงองค์กร (Enterprise Risk Management) โดยมีการรายงานประเด็นความเสี่ยงด้านไซเบอร์ต่อผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกำกับดูแล ติดตาม และประเมินประสิทธิภาพของมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศอย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯ มีการทบทวนและปรับปรุงนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศให้สอดคล้องกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกำหนดบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้ปฏิบัติงานในการดูแลรักษาข้อมูลและระบบสารสนเทศอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังดำเนินมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านไซเบอร์อย่างครอบคลุม ได้แก่

  • การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลตามระดับหน้าที่ความรับผิดชอบ (Access Control)
  • การติดตามและเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง
  • การบริหารจัดการเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Incident Management)
  • การทดสอบและซ้อมแผนรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉินด้านไซเบอร์ และแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP/DRP)
  • การส่งเสริมความตระหนักรู้ด้าน Cybersecurity และ PDPA ให้แก่พนักงานอย่างสม่ำเสมอ

นโยบายในการรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล และความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยกำหนดนโยบายและมาตรการด้าน Information Security เพื่อป้องกันการเข้าถึง การเปิดเผย การเปลี่ยนแปลง หรือการสูญหายของข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงสนับสนุนการดำเนินธุรกิจให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมาตรฐานสากลด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ โดยบริษัทฯ กำหนดนโยบายตามกรอบการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ สอดคล้องกับมาตรฐาน ISO 27001 กฎหมาย PDPA และแนวปฏิบัติด้าน Cybersecurity เพื่อปกป้องข้อมูล ระบบสารสนเทศ และสนับสนุนความต่อเนื่องทางธุรกิจ ดังนี้

นโยบาย แนวทางปฏิบัติ
นโยบายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information security policies)
  • กำหนดนโยบายและมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศขององค์กร
  • สื่อสารให้พนักงานและผู้เกี่ยวข้องรับทราบและปฏิบัติตาม
  • ทบทวนและปรับปรุงนโยบายอย่างสม่ำเสมอให้สอดคล้องกับความเสี่ยงและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง
นโยบายโครงสร้างความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของบริษัทฯ (Organization of information security)
  • กำหนดบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบด้าน Information Security
  • จัดตั้งคณะกรรมการหรือผู้รับผิดชอบด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
  • สนับสนุนการบริหารความเสี่ยงและการกำกับดูแลด้าน Cybersecurity
  • ติดตามข่าวกรองภัยคุกคาม (Threat Intelligence) เพื่อเตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยงใหม่ๆ
นโยบายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับบุคลากร (Human resource security)
  • กำหนดข้อกำหนดด้านความปลอดภัยก่อนเริ่มงาน ระหว่างปฏิบัติงาน และเมื่อสิ้นสุดการจ้างงาน
  • สร้างความตระหนักด้าน Cybersecurity และ PDPA ให้แก่พนักงาน
  • กำหนดให้คืนทรัพย์สินสารสนเทศเมื่อพ้นสภาพการเป็นพนักงาน
  • ป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตจากบุคลากร
นโยบายการบริหารจัดการทรัพย์สิน (Asset management)
  • จัดทำทะเบียนทรัพย์สินสารสนเทศ
  • กำหนดเจ้าของทรัพย์สิน (Asset Owner)
  • จัดประเภทข้อมูลและระดับความสำคัญ
  • ควบคุมการใช้งาน การเก็บรักษา และการทำลายทรัพย์สินอย่างปลอดภัย
  • มีระบบตรวจสอบอุปกรณ์และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินสารสนเทศ
นโยบายการควบคุมการเข้าถึง (Access control)
  • กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงตามหลัก Need-to-Know และ Least Privilege
  • ควบคุมบัญชีผู้ใช้งานทั่วไปและบัญชีสิทธิพิเศษ (Privileged Account)
  • มีการบริหารจัดการรหัสผ่านอย่างเหมาะสม
  • ยกเลิกสิทธิ์เมื่อมีการเปลี่ยนตำแหน่งหรือลาออก
  • ตรวจสอบและทบทวนสิทธิ์การเข้าถึงเป็นระยะ
นโยบายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศทางกายภาพและสิ่งแวดล้อม (Physical and environmental security)
  • ป้องกันการเข้าถึงพื้นที่สำคัญโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ควบคุมการเข้าออกห้อง Server และพื้นที่สำคัญ
  • ป้องกันความเสียหายจากไฟฟ้าดับ ไฟไหม้ น้ำท่วม หรือภัยทางกายภาพอื่นๆ
  • จัดให้มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับอุปกรณ์สารสนเทศ
นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศด้านการดำเนินการ (Operations security)
  • กำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานด้าน IT
  • ควบคุมการเปลี่ยนแปลงระบบ (Change Management)
  • บริหารจัดการ Patch และ Vulnerability
  • สำรองข้อมูล (Backup) และกู้คืนข้อมูล (Recovery)
  • ป้องกัน Malware และภัยคุกคามทางไซเบอร์
  • ตรวจสอบช่องโหว่ทางเทคนิคอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
นโยบายความมั่นคงปลอดภัยทางด้านการสื่อสาร (Communications security)
  • ป้องกันข้อมูลระหว่างการรับส่งผ่านเครือข่าย
  • ควบคุมการแลกเปลี่ยนข้อมูลทั้งภายในและภายนอกองค์กร
  • กำหนดมาตรการด้าน Network Security
  • คัดกรองเว็บไซต์และควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ต
  • ป้องกันการดักจับหรือแก้ไขข้อมูลระหว่างการสื่อสาร
นโยบายการจัดหา การพัฒนา และการบำรุงรักษาระบบ (System acquisition, development and maintenance)
  • กำหนด Security Requirement ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบระบบ
  • นำหลัก Secure Development มาใช้
  • ทดสอบด้านความมั่นคงปลอดภัยก่อนใช้งานจริง
  • ควบคุมการเปลี่ยนแปลงและการบำรุงรักษาระบบ
  • ลดความเสี่ยงจากช่องโหว่ในซอฟต์แวร์
นโยบายความสัมพันธ์กับผู้ให้บริการภายนอก (Supplier relationships)
  • ประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของ Supplier
  • กำหนดข้อกำหนดด้าน Security ในสัญญา
  • ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามข้อกำหนดของผู้ให้บริการ
  • ควบคุมการเข้าถึงข้อมูลและระบบของบุคคลภายนอก
นโยบายการบริหารจัดการเหตุการณ์ความมั่นคงปลอดภัยสนเทศ (Information security incident management)
  • กำหนดกระบวนการรับแจ้งเหตุและตอบสนองเหตุการณ์
  • วิเคราะห์ สอบสวน และบันทึกเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัย
  • ดำเนินการแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ
  • รายงานเหตุการณ์ต่อผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้อง
นโยบายประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของการบริหารจัดการเพื่อสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Information security aspects of business continuity management)
  • กำหนดมาตรการรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน
  • จัดทำแผน Business Continuity Plan (BCP)
  • จัดทำ Disaster Recovery Plan (DRP)
  • ทดสอบและทบทวนแผนอย่างสม่ำเสมอ
  • ให้ระบบสำคัญสามารถกลับมาดำเนินงานได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด
นโยบายการปฏิบัติตามข้อกำหนด (Compliance)
  • ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
  • ปฏิบัติตาม PDPA, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และข้อกำหนดด้าน IT Security
  • เคารพทรัพย์สินทางปัญญาและลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์
  • มีการตรวจสอบและประเมินการปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างต่อเนื่อง
นโยบายการปฏิบัติด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสำหรับการใช้บริการคลาวด์ (Information security for use of cloud services)
  • กำหนดหลักเกณฑ์การเลือกและใช้งาน Cloud Service Provider (CSP)
  • ประเมินความเสี่ยงก่อนนำข้อมูลขึ้น Cloud
  • กำหนดมาตรการปกป้องข้อมูลบน Cloud
  • ควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลบน Cloud
  • ครอบคลุมบริการ SaaS, PaaS และ IaaS
นโยบายการเข้ารหัสข้อมูล (Cryptography)
  • กำหนดการใช้เทคนิคการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญ
  • ป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ควบคุมการจัดการกุญแจเข้ารหัส (Key Management)
  • ใช้การเข้ารหัสทั้งขณะจัดเก็บข้อมูล (Data at Rest) และขณะรับส่งข้อมูล (Data in Transit)

แนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ

บริษัทฯ เป็นบริษัทในเครือของบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (“บางจาก”) มีแนวทางการปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศที่สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทแม่ โดยบริษัทฯ มุ่งมั่นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมให้ความสำคัญกับการใช้เครื่องมือ มาตรฐาน และระบบความปลอดภัยที่ทันสมัยและได้มาตรฐานสากล เพื่อรองรับการขยายธุรกิจตามแผนยุทธศาสตร์ขององค์กร และเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ในทุกด้านของการดำเนินงาน

เนื่องจากบริษัทฯ และบางจาก ได้มีข้อตกลงร่วมกันในการจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ บริษัทฯ ดำเนินการบริหารจัดการตามโครงสร้างที่อ้างอิงกับบางจาก โดยบางจากได้จัดตั้งคณะทำงานสถาปัตยกรรมองค์กรและแผนงานดิจิทัล (Enterprise Architecture and Digital Roadmap) เพื่อให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ธุรกิจ โดยทำงานร่วมกับคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศและคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและไซเบอร์ ซึ่งมีรองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มงานบริหารและพัฒนาศักยภาพองค์กรเป็นประธาน และฝ่ายดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ รายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริหารและจัดการของบริษัท รวมถึงรายงานการบริหารความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและไซเบอร์ต่อคณะอนุกรรมการและคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทั้งองค์กร

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้การรับรองมาตรฐานระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ISO/IEC 27001:2022 (Information Security Management Systems: ISMS) ซึ่งยกระดับมาตรฐานด้านการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และเพิ่มความพร้อมในการรับมือการเปลี่ยนแปลงความต้องการทางธุรกิจ รวมถึงการโจมตีทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้น เป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบในการบริหารความเสี่ยงทางไซเบอร์และความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงและปลอดภัย

การป้องกันภัยคุกคามต่อทรัพย์สิน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดูแลและคุ้มครองข้อมูล โดยข้อมูลทั้งหมดได้จัดเก็บในศูนย์ข้อมูลของบริษัทฯ ซึ่งมีระบบ รักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานสากล รวมถึงระบบ Firewall ที่ป้องกันการเข้าถึงข้อมูลจากบุคคลภายนอก นอกจากนี้บริษัทฯ ได้กำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลอย่างเข้มงวด โดยอนุญาตให้เฉพาะบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการเข้าถึงข้อมูลได้เท่านั้น

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างเคร่งครัด โดยจัดทำระบบและมาตรการในการดูแลคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระบบงานของบริษัทฯ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการตาม "นโยบายรักษาความปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ" เพื่อป้องกันภัยคุกคามต่อทรัพย์สิน ข้อมูล และระบบสารสนเทศ โดยมีมาตรการครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่

1
การประเมินความเสี่ยง และจัดทําแผนรองรับ
ดำเนินการประเมินความเสี่ยงของระบบสารสนเทศที่สําคัญ โดยจัดทําระบบสํารองข้อมูลและแผนรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมถึงมีการทดสอบและซ้อมแผนอย่างต่อเนื่อง
2
การบริหารจัดการทรัพยากร
ควบคุมการใช้งานและดูแลรักษาทรัพย์สินอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน รวมถึงป้องกันการเข้าถึงอุปกรณ์และระบบ สารสนเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งในขณะปฏิบัติงานภายในและภายนอกสถานที
3
การจัดการข้อมูล และการรักษาความลับ
กำาหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างเข้มงวด โดยควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงและการใช้งานระบบสารสนเทศให้เหมาะสมกับระดับความสําคัญของข้อมูล เพื่อป้องกันการรั่วไหลและการใช้งานข้อมูลโดยมิชอบ

ทั้งนี้บริษัทฯ มีมาตรการป้องกันภัยคุกคามต่อระบบสารสนเทศที่ครอบคลุมทั้งการบุกรุกผ่านเครือข่ายและโปรแกรมที่ไม่พึงประสงค์ โดยมีแนวทางการดำเนินการที่สำคัญ 4 ประการ ได้แก่

การประเมินความเสี่ยงและจัดทําแผนรองรับ:
ดำเนินการประเมินความเสี่ยง คัดเลือกระบบสารสนเทศที่สำคัญ จัดทำระบบสำรองและแผนรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมถึงทดสอบและซ้อมแผนอย่างต่อเนื่อง
การบริหารจัดการทรัพยากร:
ควบคุมการใช้งานและดูแลรักษาทรัพย์สินอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน เพื่อป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งในสถานที่ทำงานและนอกสถานที่
การจัดการข้อมูลและการรักษาความลับ:
กำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงและใช้งานระบบสารสนเทศตามลำดับความสำคัญของข้อมูล
การป้องกันภัยคุกคาม:
ตรวจจับ ป้องกัน และกู้คืนระบบจากภัยคุกคาม รวมถึงสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ ผู้เกี่ยวข้อง โดยมีการทดสอบระบบอย่างน้อยปีละครั้ง และทดสอบเจาะระบบโดยผู้เชี่ยวชาญทุก 3 - 5 ปี รวมถึงประเมิน และแก้ไขช่องโหว่ของระบบอย่างต่อเนื่อง

ช่องทางการร้องเรียน

บริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล โดยมีขั้นตอนการจัดการเหตุขัดข้องด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศที่ชัดเจนและเป็นระบบ ทั้งนี้หากพนักงานพบเหตุการณ์ที่น่าสงสัย สามารถแจ้งเหตุได้ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ดังนี้

1
เว็บไซต์บริษัท:
ระบบ Whistleblowing ของบริษัทฯ:
2
จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail):
  • กรณีประสงค์แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับพนักงาน จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ส่งถึง คณะกรรมการตรวจสอบและหัวหน้าสำนักตรวจสอบภายใน e-mail: ico@bcpggroup.com
  • กรณีประสงค์แจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนบุคคล หรือกลุ่มบุคคล (ได้แก่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรรมการบริษัท และ/หรือ คณะกรรมการชุดย่อย) จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ส่งถึง ประธานกรรมการบริษัท ประธานกรรมการบรรษัทภิบาลและพัฒนาอย่างยั่งยืน และเลขานุการบริษัท e-mail: cg@bcpggroup.com
3
โทรศัพท์:
หัวหน้าสำนักตรวจสอบภายใน: 02-335-8977
เลขานุการบริษัท: 02-335-8941

การสื่อสารภายในองค์กรเพื่อสร้างความตระหนักรู้และเพิ่มประสิทธิภาพ การใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสื่อสารภายในองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสร้างความตระหนักรู้และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานระบบสารสนเทศ จึงได้จัดให้มีการสื่อสารและอบรมแก่พนักงานอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

บริษัทฯ มีการซ้อมแผนฉุกเฉินและแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยจำลองสถานการณ์วิกฤตที่ Data Center ของบริษัทฯ ไม่สามารถใช้งานได้ เพื่อฝึกซ้อมและทดสอบแผนการกู้คืนระบบร่วมกับบริษัทในเครือและคู่ค้า ที่ดูแลระบบ IT มีการทดสอบความเป็นไปได้ของแนวทางในการกอบกู้และฟื้นฟูอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ตามแนวทางที่กำหนดไว้ใน Disaster Recovery Plan โดยมีการประสานงานร่วมกับส่วนบริหารความเสี่ยง

ผู้มีส่วนได้เสียหลัก

นักลงทุน/ผู้ถือหุ้น
  • การสื่อสารด้านนโยบาย กลยุทธ์ธุรกิจ ผลการดำเนินงาน การกำกับดูแลกิจการ และรายงานความคืบหน้าด้านความยั่งยืน ผ่านรายงานประจำปี (One Report) เว็บไซต์บริษัทฯ และการประชุมผู้ถือหุ้น
  • การเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส และเท่าเทียม ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  • การจัดให้มีช่องทางรับข้อร้องเรียนและแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตและคอร์รัปชันผ่านเว็บไซต์บริษัทฯ
  • การบริหารจัดการความเสี่ยงและการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และจริยธรรมทางธุรกิจ
พนักงาน
  • การทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการ จรรยาบรรณธุรกิจ และจริยธรรมองค์กร โดยคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกปี และสื่อสารให้พนักงานรับทราบทั่วทั้งองค์กร
  • การส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และการตระหนักรู้ด้านการกำกับดูแลกิจการ จริยธรรม และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ผ่านกิจกรรมอบรม การสื่อสารภายในองค์กร และการทำแบบทดสอบ
  • การส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรด้านจริยธรรม ความโปร่งใส และการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล
  • การเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านช่องทางรับข้อร้องเรียนและการสำรวจความคิดเห็นของพนักงาน
คู่ค้า / ผู้รับเหมา / พันธมิตรทางธุรกิจ
  • การสื่อสารด้านนโยบายการกำกับดูแลกิจการ จรรยาบรรณธุรกิจ และแนวปฏิบัติด้านธรรมาภิบาลแก่คู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
  • การส่งเสริมกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรม ตามหลักจรรยาบรรณการจัดหาพัสดุ
  • การส่งเสริมคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจในการเข้าร่วมประกาศเจตนารมย์การป้องกันและการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน
  • การสนับสนุนการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน และการบริหารความเสี่ยงร่วมกับคู่ค้า