โครงการและกิจกรรม
โครงการประเมินความเสี่ยงด้านการจัดการน้ำ
บริษัทฯ ได้ดำเนินการ ประเมินผลกระทบทางกายภาพ (Physical Risk Assessment) โดยให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ และเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินความเสี่ยงทางกายภาพอย่างรอบด้าน เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น โดยใช้เครื่องมือแผนที่ความเสี่ยงด้านน้ำ (Water Risks Map) ที่พัฒนาโดย AQUEDUCT Water Risk Atlas และเครื่องมือ Climate Change Knowledge Portal เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำและสภาพภูมิอากาศ โดยมุ่งเน้นการประเมินความเสี่ยง 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ น้ำท่วมในเขตเมือง (Urban Flood) น้ำท่วมล้นตลิ่ง (River Flood) น้ำท่วมตามแนวชายฝั่ง (Coastal Flood) และการขาดแคลนน้ำ (Water Scarcity) จากการประเมินความตึงเครียดของน้ำ ครอบคลุม 18 โครงการ ในพื้นที่ดำเนินงานของบริษัทฯ ในประเทศไทย ที่มีผลการประเมินดังต่อไปนี้
1. ความเสี่ยงน้ำท่วมในเขตเมือง (Urban Flood) ประเมินโดยพิจารณาจากข้อมูลระดับน้ำท่วมที่ก่อให้เกิดความเสียหาย (Damaging Intensity Threshold) และข้อมูลสถิติความถี่ ความรุนแรงของเหตุการณ์น้ำท่วมเขตเมืองในอดีต ซึ่งจากการประเมินพบว่า พื้นที่มีความเสี่ยงระดับสูง 10 โครงการ และระดับปานกลาง 3 โครงการ
2. ความเสี่ยงน้ำท่วมล้นตลิ่ง (River Flood) ประเมินโดยพิจารณาจากข้อมูลระดับน้ำท่วมที่ก่อให้เกิดความเสียหาย (Damaging Intensity Threshold) และข้อมูลสถิติความถี่ ความรุนแรงของเหตุการณ์น้ำท่วมพื้นที่ริมแม่น้ำในอดีต ซึ่งจากการประเมินพบว่า พื้นที่มีความเสี่ยงระดับสูง 7 โครงการ และระดับปานกลาง 2 โครงการ
3. ความเสี่ยงน้ำท่วมตามแนวชายฝั่ง (Coastal Flood) ประเมินโดยพิจารณาจากข้อมูลความลึกของน้ำท่วมบนพื้นที่ชายฝั่ง (Onshore Flood Depth) และข้อมูลสถิติความถี่ ความรุนแรงของเหตุการณ์น้ำท่วมในอดีต ซึ่งจากการประเมินพบว่า พื้นที่มีความเสี่ยงระดับสูง 2 โครงการ
4. ความเสี่ยงการขาดแคลนน้ำ (Water Scarcity) ประเมินโดยพิจารณาจากปริมาณน้ำที่มีให้ใช้งานต่อประชากรในแต่ละปี (Lower Water Availability) ซึ่งจากการประเมินพบว่า พื้นที่มีความเสี่ยงระดับปานกลาง 8 โครงการ
บริษัทฯ ได้นำผลการประเมินมาจัดทำแผนมาตรการรับมือ และลดผลกระทบจากความเสี่ยงด้านน้ำ โดยเน้นการพัฒนาแนวทางที่เหมาะสมกับลักษณะเฉพาะของแต่ละพื้นที่ เช่น การติดตั้งระบบป้องกันน้ำท่วม การติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง การบริหารจัดการน้ำภายในโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ การนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI และ Big Data เพื่อวางแผนการใช้น้ำและการล้างแผงเซลล์แสงอาทิตย์อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมายการลดปริมาณการใช้น้ำสุทธิภายในอาคารสำนักงาน และโครงการผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยร้อยละ 10 ภายในปี 2573 เพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว
นอกจากนี้ผลการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำดังกล่าว ยังถูกนำมาใช้ประกอบการวางแผนลงทุน การกำหนดมาตรการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Adaptation) และการติดตามความเสี่ยงด้านทรัพยากรน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ (Business Resilience) และลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในอนาคต
ประโยชน์ที่ได้รับจากการดำเนินโครงการ
- ได้รับการประเมินความเสี่ยงทางกายภาพสำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด 18 โครงการ เพื่อใช้วางแผนบริหารความเสี่ยงและมาตรการรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
- กำหนดมาตรการบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสมกับลักษณะการดำเนินงานของแต่ละโรงไฟฟ้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรน้ำ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืน